TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Monster Next Door” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
อ่าน
เปิดวาร์ปนักแสดง Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม ซีรีส์บอยเลิฟสุดน่ารัก ทาง WeTV
มาใหม่มาแรงจริง ๆ สำหรับซีรีส์แนวบอยเลิฟเรื่องใหม่ล่าสุดอย่าง “Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม” จากทาง WeTV Original โดยได้บอกเล่าเรื่องราวความรักสุดฟินของหนุ่ม Introvert และหนุ่ม Extrovert ที่ต่างกันสุดขั้ว!? โดยนอกจากพล็อตเรื่องที่น่ารักมากแล้วนั้น ก็ยังได้คู่จิ้นสุดฟินมาแสดงคู่กัน ที่ขอกระซิบเลยว่าดีงามไม่ไหว! วันนี้เราเลยอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักนักแสดงแต่ละคนกันผ่านทาง ‘เปิดวาร์ปนักแสดง Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม ซีรีส์บอยเลิฟสุดน่ารัก ทาง WeTV’ หากพร้อมแล้วนั้น ก็ตามมาเลยค่า~[Official Teaser] Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม | WeTV Originalhttps://m.youtube.com/watch?v=kbxaRENMgkI1.) ปาร์ค อนันตเดช มาดูกันที่นายเอกของซีรีสเรื่อง Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผมกันเลยค่ะ นั่นคือหนุ่มหล่อตี๋อินเตอร์อย่างหนุ่ม “ปาร์ค อนันตเดช สอดสี” เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ น้ำหนัก 53 กิโลกรัม ส่วนสูง 177 เซนติเมตร https://www.instagram.com/p/C7Ef17IviPS/?igsh=MWwzcnk4dTAzMHM0bw== โดยหนุ่มปาร์ค อนันตเดชได้เข้าสู่วงการบันเทิง จากการแสดงในคาแรคเตอร์ของ วาโย ใน 2 Moons 3 The Ambassador ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงเรื่องแรกของเขา และใครหลายคนแอบคุ้นหน้าคุ้นตาหนุ่มคนนี้อย่างแน่นอนค่าปัจจุบันเขาเป็นนักแสดงในสังกัด HEADLINER THAILAND https://www.instagram.com/p/Cxu1srnvL7z/?igsh=MWduanRvbTg5MWUyeA==ปาร์ค อนันตเดช รับบทเป็น “เดียว” เขานั้นเป็นเด็กหนุ่ม Introvert ที่มีโลกส่วนตัวสูงมาก ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร มีเพื่อนน้อยมาก แถมกิจกรรมของเขาคือชอบเก็บตัวอยู่ในห้องเงียบ ๆ คุณชาย ซึ่งเป็นน้องเต่าที่เดียวเลี้ยงเอาไว้ช่องทางการติดตามปาร์ค อนันตเดชInstagram : @_atdpark2.) บิ๊ก ธนกร มาต่อกันด้วยนักแสดงคนต่อมาในMonster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม นั่นคือพระเอกหนุ่มสุดหล่อเท่! อย่าง “บิ๊ก ธนกร กุลจรัสสมบัติ” เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ปัจจุบันอายุ 27 ปี เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าhttps://www.instagram.com/p/CuZNFdNL6Lt/?igsh=MTJtcW1odGplbDduNw== โดยหนุ่มบิ๊กได้เริ่มต้นการเข้าสู่วงการบันเทิงจากการเข้าร่วมการประกวดพิธีกรของทางช่อง Workpoint และเขาก็ได้เข้าสู่พาร์ทของการเป็นนักแสดง ในปี 2558 กับภาพยนตร์เรื่อง Love Love You อยากบอกให้รู้ว่ารัก และที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเลยคือซีรีส์เรื่อง สงครามแย่งผู้ Club Friday To be continued ตอน รักไม่ได้หรือไม่ได้รัก และก็มีผลงานตามมาอีกมากมายเลยhttps://www.instagram.com/p/C9HoenfyUOR/?igsh=MTVqeGxtams0bG5kbw==บิ๊ก ธนกร รับบทเป็น “ก็อด” เป็นหนุ่มหล่อมาดเท่ ที่เป็นพ่อหนุ่ม Extrovert เขานั้นมีนิสัยที่คนละขั้วกับเดียว เป็นคนที่ป๊อปปูล่ามาก ที่หลายคนเคาะให้เขาเป็นคนดังแห่งคณะ กิจกรรมมาเต็ม แถมกิจกรรมที่เขาเลิฟมากคือปาร์ตี้ชวนเพื่อนมาสังสรรค์เสียงดังที่ห้อง โดยก็อดนัันเป็นเพื่อนข้างห้องของเดียวช่องทางการติดตามบิ๊ก ธนกรInstagram : @big.thanakornก็จบลงไปแล้วนะคะสำหรับ เปิดวาร์ปนักแสดง Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม ซีรีส์บอยเลิฟสุดน่ารัก ทาง WeTV โดยเพื่อน ๆ สามารถรับชมซีรีส์ Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม ได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. ทางแอป WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip ได้เลยค่า ^^ เครดิตภาพหน้าปกโดย WeTV Originalsภาพหน้าปก1 / ภาพหน้าปก2 / ภาพหน้าปก3 / ภาพหน้าปก4เครดิตภาพประกอบบทความโดยWeTV Originals : ภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 / ภาพที่6 / ภาพที่7 / ภาพที่8 / ภาพที่11 / ภาพที่12 / ภาพที่13@_atdpark : ภาพที่4 / ภาพที่5 @big.thanakorn : ภาพที่9 / ภาพที่10เครดิตวิดีโอประกอบบทความโดย WeTV Originals[Official Teaser] Monster Next Door พี่เขาบุกโลกของผม | WeTV Original จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
nowadaysgirl • 7 ส.ค. 67
อ่าน
รีวิวซีรีส์ พี่เขาบุกโลกของผม(2024) Monster Next Door ทาง WeTV นำแสดง บิ๊ก ธนกร & ปาร์ค อนันตเดช
สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวซีรีส์ของทาง WeTV เรื่อง พี่เขาบุกโลกของผม Monster Next Door มีทั้งหมด 12 ตอน ตอนละ 45 นาที มาวันแรกวันที่ 8 สิงหาคม 2024 ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00น. สมาชิกดูล่วงหน้า 1 ตอน นำแสดงโดยบิ๊ก ธนกร รับบท ก็อด และปาร์ค อนันตเดช รับบท เดียวเป็นเรื่องราวของเดียวที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 เขานั้นชอบอยู่คนเดียว บังเอิญไปช่วยก็อดนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 3 ขนของเข้าห้องแต่เพราะของเยอะเทินสูงทำให้ทั้งคู่ไม่เห็นหน้ากัน ต่อมาก็อดก็พาเพื่อนมาฉลองห้องใหม่และมากินหมูกะทะกัน แต่พวกก็อดไม่ทันระวังทำให้ไฟไหม้หม้อชาบูจนสัญญาณไฟไหม้เตือน ตอนที่ทุกคนกำลังวิ่งหนีลงชั้นล่างก็อดก็ไปจับมือเดียววิ่งมาด้วยกันแต่เพราะควันเยอะพวกเขาเลยไม่เห็นหน้ากัน ก็อดยังเคยทำเสียงดังทำให้เดียวต้องเขียนข้อความเตือนสอดมาทางใต้ประตู ก็อดเลยซื้อของไปขอโทษเดียวแต่เดียวก็ไม่เคยรับของที่ก็อดเอาไปแขวนไว้เลย เขาจะเอาของที่ก็อดให้มาแขวนที่ประตูห้องก็อดคืน แถมก็อดยังชอบวาดภาพการ์ตูนไว้ที่โต๊ะของห้องสมุดที่เดียวไปนั่งอ่านหนังสือทำให้เดียวต้องคอยลบเป็นประจำ พอลบก็อดก็วาดใหม่เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบ แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร สุดท้ายทั้งคู่จะได้เจอกันหรือไม่แล้วเจอกันแล้วจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปดูกันเดียวเป็นมนุษย์ Introvert ดูสุภาพ เรียบร้อย ชอบฟังเพลงเพราะเขารู้สึกเหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง ชอบไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดจนเหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 มีเกมส์เป็นเพื่อนคนเดียวในมหาวิทยาลัย เพราะเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม อยู่หอก็เลี้ยงเต่าชื่อคุณชาย แถมยังชอบคุยกับคุณชายบ่อยๆ นักแสดงแสดงได้ดูเรียบร้อย น่ารัก ก็อดเป็นมนุษย์ Extrovert เขาเป็นคนกว้างขวาง เป็นที่รู้จักของทุกคน ชอบคุย แถมยังสนิทกับคนง่าย เป็นคนขี้เล่นแต่ก็มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น เขาเป็นคนมีเพื่อนเยอะ ชอบตีกลองเป็นชีวิตจิตใจ ชอบไปสังสรรค์กับเพื่อน บางทีก็ตี้หมูกระทะ บางทีก็เชียร์บอลทำให้เสียงไปรบกวนเดียวเป็นประจำ นักแสดงแสดงได้ดูหล่อ ขี้เล่นเสื้อผ้าทำออกมาได้เหมาะกับเนื้อเรื่อง ชุดเดียวจะมีความดูดี เป็นชุดนักศึกษามีเนคไท ชุดธรรมดาก็จะเป็นชุดสบายๆ แต่ก็จะเนี๊ยบกว่าของก็อดนิดหนึ่ง ชุดก็อดมีทั้งชุดนักศึกษาไม่ใส่เนคไทที่ดูเท่มาก และชุดธรรมดาดูสบายๆ ฉากก็ทำได้ดูสวยงาม การตกแต่งคือดูดี แสงสีก็ดูสดใส เหมาะกับบริบทเนื้อเรื่องพล็อตเรื่องคือบอกเล่าเรื่องราวของเดียวนักศึกษาปี 1 ที่เป็น Introvert แบบสุดๆ เขาชอบอยู่คนเดียวและทำสิ่งที่เขาชอบคนเดียวไม่ชอบเข้าสังคม ด้วยความเป็น Introvert ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อน แต่จู่ๆ โลกของเดียวก็ถูกบุกรุกเพราะมีคนข้างห้องย้ายเข้ามาใหม่เป็นนักศึกษาปี 3 ชื่อว่าก็อดที่เป็น Extrovert ซึ่งเป็นคนที่มีนิสัยตรงข้ามกับเดียวอย่างสุดขั้ว เขามีเพื่อนเยอะ และเป็นที่รักที่รู้จักของทุกคน ทั้งคู่ได้บังเอิญทำความรู้จักกันแบบไม่เห็นหน้าแต่ก็คุยกันทางระเบียงบ่อยจนเริ่มสนิทกัน แล้วอยู่ๆ ก็อดก็ขอเป็นคนคุยของเดียวอยากให้ดูเรื่องนี้เพราะเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่ดูสนุก ดูได้เรื่อยๆ สบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก พล็อตเรื่องคือเป็นชีวิตวัยมหาวิทยาลัยของคนที่เป็น Introvert อย่างเดียวและคนที่เป็น Extrovert อย่างก็อดที่ถึงแม้จะต่างกันสุดขั้วแต่พออยู่ด้วยกันคือลงตัวสุดๆ เดียวก็น่ารัก ก็อดก็ขี้เล่น อยากให้ไปดูค่ะอ้างอิงภาพปก1, ภาพปก2 ตกแต่งโดย canvaภาพที่1, ภาพที่2, ภาพที่3, ภาพที่4 ขอบคุณภาพจาก twitter: MonsterNextDoorซีรีส์วายไทยที่น่าสนใจช่วงนี้รีวิวซีรีส์ เกมนี้เพื่อนาย(2024) The Rebound ทาง VIU นำแสดง มีน ปิง #มีนปิงรีวิวซีรีส์ เพียงชลาลัย(2024) Sunset x Vibes ทาง One31 ย้อนหลังทาง iQIYI นำแสดง มอส ภานุวัฒน์ แบงค์ มณฑปรีวิวซีรีส์ 4MINUTES(2024) แนวแฟนตาซีลึกลับ ทาง One31 ย้อนหลังทาง Viu นำแสดง เจษ เจษฎ์พิพัฒ ไบเบิ้ล วิชญ์ภาสรีวิวซีรีส์ เธอ ฉัน ฝัน เรา(2024) I Saw You in My Dream ทาง WeTV นำแสดง พัตเตอร์ ภูเบศ ริว อิงครัตรีวิวซีรีส์ รักใต้บรรทัด(2024) Battle of the Writers ทาง Youtube: Hydroindus Ent และ iQIYI นำแสดง ติวเตอร์ กรภัทร์ ยิม ปริญญากรณ์ จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
Faifun • 9 ส.ค. 67
อ่าน
ยาคูลท์คง Concept "สาวยาคูลท์" ขายแบบ Door to Door
กริ๊ง กริ๊ง เพื่อน ๆ ทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ 'นมเปรี้ยวยาคูลท์' ซึ่งอยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 50 ปีตั้งแต่พ.ศ. 2513 และสิ่งที่ทำให้นึกถึงคู่กับยาคูลห์นั้นก็คือ 'สาวยาคูลห์ (Yakult Lady)' เสมอมา เราเชื่อว่าตอนเด็ก ๆ ต้องเคยได้ยินคำว่า "รับยาคูลห์ไหมคะ" "รับยาคูลห์กี่ขวดดีคะ?" "1 ขวด 8 บาท 1 โหล 84 บาทค่ะ" อย่างแน่นอน เราเรียกการขายแบบนี้ว่า "ขายแบบ Door to Door" ซึ่งสาว ๆ ยาคูลห์จะมาตั้งแต่รูปแบบเดินเข็นรถจนถึงขับจักรยาน และวิวัฒนาการถึงรถมอเตอร์ไซด์ในปัจจุบัน และในปัจจุบันก็ยังมีรูปแบบการขายแบบเช่นเดิมอยู่ แต่เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไม "ยาคูลท์คง Concept "สาวยาคูลท์" ขายแบบ Door to Door?" วันนี้เรามาค้นหาคำตอบกัน ยาคูลท์เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่ได้โหมกระหน่ำโฆษณาหรือลงทุนกับ 'การโฆษณา' สักเท่าไหร่ท่ามกลางแบรนด์อื่น ๆ ที่มักต่อสู้กันกับการโฆษณา และยังคงการขายแบบ BASIC ในรูปแบบการขายแบบ 'Door to Door' หรืออีกชื่อที่เรียกว่า 'Direct Sale' หากแปลง่าย ๆ ตรงตัวก็คือการขายโดยตรง การขายจากประตูบ้านหนึ่งไปยังอีกประตูบ้านหนึ่งในบริบทของพนักงานขาย ซึ่งในที่นี้ก็คือ 'สาวยาคูลห์' นั้นเองค่ะ อีกทั้งการที่บริษัทยาคูลห์ยังคงรูปแบบการขายแบบ Door to Door เพราะแสดงถึงความจริงใจต่อตัวลูกค้า เพราะการขายในรูปแบบนี้พนักงานจำเป็นจะต้องมีการพูดคุยหรือให้ข้อมูลกับลูกค้า ซึ่งเรามองว่าจุดนี้ถือเป็นเอกลักษณ์จุดขายและจุด Spark ทำให้คนจำภาพของ 'นมเปรี้ยวแบรนด์ยาคูลห์' ได้เป็นอย่างดีเลยหล่ะค่ะ สาวยาคูลห์ต่อบริษัทยาคูลห์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ถือว่าอยู่คู่กับคนไทยมานานและแม้ว่าเวลาผ่านไปตั้งแต่เด็กจนโต เราก็ยังคงไม่ลืมภาพจำของสาวยาคูลห์ที่มักจะแต่งตัวด้วยชุดยูนิฟอร์มสีครีมน้ำตาลสะพายกระเป๋าทรง Carry Bag ที่ด้านในบรรจุนมเปรี้ยวยาคูลห์แสนอร่อย และแน่นอนค่ะว่ามักจะมาพร้อมรอยยิ้มพิมใจอยู่เสมอ และจากข้อมูลปัจจุบันมี “สาวยาคูลท์” มากกว่า 80,000 คนทั่วโลก ซึ่งหลาย ๆ คนคงมองว่าการเป็นสาวยาคูลห์นั้นง่ายแต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ของเธอก็มีไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะคะ นับตั้งแต่นับและเชคสต็อคสินค้าก่อนออกไปขายในแต่ละวัน จัดแจงสินค้าให้เรียบร้อย การยกของ อีกทั้งส่งสินค้าให้ตรงถึงมือของลูกค้า การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การมีปฏิสัมพันธ์และสร้างความสัมพันธ์แก่ลูกค้า นับว่าเป็นงานที่ครอบคลุมหน้าที่เยอะมาก ๆ สาวยาคูลห์ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ขายหรือพนักงานขาย แต่พวกเธอยังถือว่าเป็น "Brand Ambassador" แปลให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เป็นตัวแทนแบรนด์ในแง่บวกแถมยังช่วยเพิ่มการรับรู้ การขายของแบรนด์ และสร้าง "Brand Relationship" หรือ Engagement ระหว่างตัวผู้ซื้อและผู้บริโภค มีการปฏิสัมพันธ์พูดคุยระหว่างตัวสาวยาคูลห์และลูกค้าทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกผูกพันธ์และคุ้นเคย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิด Brand Loyalty (ความจงรักภักดีต่อแบรนด์) กลุ่มลูกค้าติดใจและยังบอกต่อปากต่อปาก เป็นการต่อยอดไปสู่ลูกค้าใหม่ในอนาคต และการสร้างความจงรักภักดีต่อตัวกลุ่มผู้บริโภคนั้นเป็นอะไรที่ยากและท้าทายมากสำหรับทุก ๆ ธุรกิจแต่บริษัทยาคูลห์นั้นสามารถทำได้สำเร็จและประสบความสำเร็จสุด ๆ และยังถือเป็นผู้นำของ Culture Yoghurt ไม่เพียงแต่รสชาติของนมเปรี้ยวยาคูลห์แล้วแต่ยังมีสาวยาคูลห์นี่แหละค่ะที่เป็นเสมือนอาวุธลับในครั้งนี้ ทำไมบริษัทยาคูลห์ถึงเปิดรับสมัครสาวยาคูลห์จำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจในตอนนี้ไม่คงที่และชะลอตัวเพราะว่าสินค้านมเปรี้ยวยาคูลห์นั้นเป็นลักษณะของสินค้าที่ผลิตสดใหม่ในทุก ๆ วัน ทำให้ระบบขายโดยสาวยาคูลห์นั้นจะช่วยสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าเอาไว้ได้ ดังที่กล่าวมาว่าสาวยาคูลห์เปรี้ยวเสมือน Brand Ambassador ของยาคูลห์ที่จะช่วยขายกระจายสินค้า และให้ข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อลูกค้า สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์แก่ลูกค้าได้ อีกทั้งตัวสินค้านั้นสามารถขายได้ด้วยตัวมันเอง ทำให้สบายห่วงในเรื่องฐานของลูกค้าคุณสมบัติเบื้องต้นในการสมัครเป็นสาวยาคูลห์อายุ 19 – 35 ปี / วุฒิการศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป / มีมอเตอร์ไซค์ (หากว่าอยู่ในเขตที่ต้องใช้มอเตอร์ไซค์) / ต้องผ่านการอบรมเป็นสาวยาคูลท์คุณสมบัติที่จำเป็นต้องมีรอยยิ้มงานสาวยาคูลห์ก็เป็นเสมือนงานบริการอย่างหนึ่ง สำหรับภาพจำของหลาย ๆ คน สาวยาคูลห์มักจะมาพร้อมรอยยิ้ม ทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคแบบเรา ๆ อยากจะเข้าไปพูดคุย ไปช่วยอุดหนุน ดังนั้น รอยยิ้ม ถือว่าเป็นอาวุธตัวฉกาจเลยก็ว่าได้ความแข็งแรงและอดทนสำหรับข้อนี้ก็สำคัญและจำเป็นจะต้องมีสุด ๆ สำหรับสาว ๆ ยาคูลห์ เพราะว่าในสมัยก่อนเรามักจะเห็นว่าสาวยาคูลห์จะต้องมีกระเป๋าสะพายข้างแบบ Carry Bag ไว้ข้างตัวอยู่เสมอ ซึ่งในหนึ่งใบนั้นสามารถบรรจุนมเปรี้ยวยาคูลห์ 50 ขวดและมีน้ำหนักมากถึง 4 กิโลกรัมและในสมัยนี้ก็อาจจะยังมีสาวยาคูลห์ที่เดินขายตามบ้าน ซึ่งอาจจะเปลี่ยนไปเป็นการเข็นแทน ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องใช้ความอดทนและแข็งแรงความจำดี“อยากรู้เรื่องยาคูลท์...ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ” สโลแกนอันแสนคุ้นหูมาตั้งแต่เนิ่นนาน สาวยาคูลท์ต้องมีความรู้ ต้องได้รับการอบรม ซึ่งสืบเนื่องมาจากคุณสมบัติเบื้องต้นของสาวยาคูลห์ที่จะต้อง ต้องผ่านการอบรมเป็นสาวยาคูลท์ เมื่อมีลูกค้ามาถามถึงข้อมูลเชิงหนาลึกก็จะต้องตอบให้ได้ อาทิคำถามทั่วไปอย่าง ยาคูลท์ดีต่อร่างกายอย่างไร? คุณประโยชน์ของจุลินทรีย์คืออะไร? เป็นต้นหากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจอยากสมัครเป็นสาวยาคูลห์ก็เข้าไปที่ yakultthailand ได้เลยค่ะก็จบกันไปแล้วนะคะสำหรับ "ยาคูลท์คง Concept "สาวยาคูลท์" ขายแบบ Door to Door" ซึ่งถือเป็นการเจาะลึกถึงเรื่องราวรูปแบบการขายและสาวยาคูลห์ ซึ่งเมื่อประมาณอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปเจอสาวยาคูลห์ซึ่งยังใช้รูปแบบแบบเดิม ๆ คือเข็นรถ เดินเท้า แสดงให้เห็นว่าสาวยาคูลห์บางคนก็ยังใช้รูปแบบเดิม ๆ ในการขายอยู่นั้นเองค่ะ สำหรับวันนี้เราก็ขอตัวลาไปก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ 🙂เครดิตภาพหน้าปกและภาพประกอบบทความ :yakultthailand
nowadays girl☀︎︎ • 28 พ.ค. 63
อ่าน
Of Monsters and Men
วงดนตรีประเภท indie folk/indie pop จากประเทศไอซ์แลนด์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2010 วง Of Monsters and Men มักมีแนวคิดในการแต่งเพลงที่ต้องอาศัยการตีความจากผู้ฟัง ด้วยเพลงที่มีความหมายลึกซึ้งและมักจะมีเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกันทำให้แฟนๆ ของวงนี้ มักจะเข้าไปคอมเม้นต์แสดงความคิดเห็นถึงความหมายของแต่ละเพลง และด้วยสมาชิกที่มีความสามารถในหลายๆ ด้านต่างกัน ทั้งการเขียนเนื้อเพลงหรือแม้กระทั่งการร้องประสานก็ทำให้ Of Monsters and Men กลายเป็นวงที่สมบูรณ์// Sign up to our mailing list for all of the latest news! http://bit.ly/H7rPODPosted by Of Monsters and Men on Wednesday, 6 June 2012สมาชิกในวง Of Monsters and Men Nanna นักร้องนำหญิง + กีตาร์Arnar กลองRagnar นักร้องนำชาย + กีตาร์Kristján เบสÁrni เปียโนBrynjar กีต้าร์บาริโทนRagnhildur ทรัมเป็ต// Gasometer // Vienna, Austria // 09.11.15Posted by Of Monsters and Men on Thursday, 19 November 2015ในวันที่ 20 ธันวาคม ปี 2011 วง Of Monsters and Men ได้ปล่อยอัลบั้มเปิดตัวอัลบั้มแรกชื่อ My Head Is an Animal ซึ่งมีซิงเกิ้ลฮิตอย่าง Little Talks ซึ่งหลังจากที่ปล่อยเพลงนี้ออกมาและได้รับการโปรโมทในประเทศแถบยุโรป สุดท้าย Little Talks ก็กลายมาเป็นเพลงฮิตในประเทศสหรัฐอเมริกาและสามารถทำยอดจำหน่ายไปได้กว่าล้านก๊อปปี้ทั่วโลกซึ่งสุดท้ายอัลบั้ม My Head Is an Animal ก็สามารถคว้ารางวัลยอดขายระดับแพลทตินั่มจาก RIAA (สมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา : The Recording Industry Association of America) ซึ่งนอกจากจะได้รางวัลจากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว Of Monsters and Men ยังไปคว้ารางวัลจากประเทศแคนาดา, นิวซีแลนด์, ไอร์แลนด์, ออสเตรเลียและไอซ์แลนด์ได้อีกด้วยขอบคุณภาพประกอบจาก : facebook.com/ofmonstersandmenบทความที่คุณอาจสนใจอัลบั้ม My Head Is An Animal ของ Of Monsters and Men คว้ารางวัลยอดขายระดับแพลทตินั่มBeneath The Skin อัลบั้มใหม่จากวง OF MONSTERS AND MEN โฟล์ค พ๊อพ จากไอซ์แลนด์Of Monsters And Men ปล่อยมิวสิกวีดีโอ Crystals จากอัลบั้มใหม่ Beneath The Skinติดตามพวกเราชาว Entertainment Truelife ได้ที่นี่
ศิลปินต่างประเทศ • 30 พ.ย. 58
อ่าน
เอ อังกูร ปลื้มสุดพลัง!!! บินโปรโมท Love Next Door2 ไกลถึงฮ่องกง
นักแสดงและนายแบบหนุ่ม เอ-อังกูร จีนนุกูล ออกอาการปลื้มสุดๆ เมื่อภาพยนตร์ Love Next Door2 ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์กว่า 40เรื่องให้ฉายในเทศกาล Hong Kong Lesbian Gay Film Festival 2016 เทศกาลหนังทางเลือกที่มีความหลากหลายมุ่งเน้นการสนับสนุนความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกนำไปฉาย 3 รอบ เมื่อวันที่ 18-19 กันยายน 2559 โดยหนุ่มเอเดินทางไปพร้อมกับนักแสดงนำของเรื่องอย่าง อาร์ม-รัฐพล ผลทับทิม และผู้กำกับฯ ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ เพื่อไปโปรโมทภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ฮ่องกงด้วย ทั้งนี้หนุ่มเอเผยความรู้สึกให้ฟังว่า “ส่วนตัวคือรู้สึกดีใจเลยครับ ในฐานะนักแสดง ที่ผลงานของเราได้ออกไปไปฉายสู่สายตาชาวตาชาติ และได้รับเกียรติรวมถึงรู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเท่าเทียมกันทางเพศ ผ่านผลงานที่เราแสดง ในฐานะนักแสดงคนไทยที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานนี้อีกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่2 สำหรับเทศกาลที่ฮ่องกง ซึ่งก่อนหน้านี้ หนังที่เอแสดง ก็เคยได้ไปฉายในงานที่ที่ต่างประเทศมาแล้ว 3 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และที่ฮ่องกง และยินดีอีกครั้งที่หนัง เรื่องlove next door2 ได้รับเลือกมาฉายอีกครั้ง พร้อมหนังไทยอีกหนึ่งเรื่องในปีนี้ ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้โอกาส แฟนๆที่ให้การสนับสนุน หนังนอกกระแสที่ตอนนี้ท่านทำให้หนังเล็กๆ เรื่องนี้มาไกลมาแล้วครับ แล้วเร็วๆ นี้ เอก็จะมีผลงานละครเรื่อง ดาวย้อมแสง ของผู้จัดฯ พี่หนึ่ง เอพริล และ พี่พีช สุพิชญา ออกมาให้แฟนๆ ได้ดูกันด้วยเร็วๆ นี้ครับ”
ข่าวบันเทิง • 21 ก.ย. 59
อ่าน
เปิด Door เห็นผี Them, Behind the Door
เรื่องย่อ เปิด Door เห็นผี Them, Behind the Door ชื่อเรื่อง Them, Behind the Door เปิด Door เห็นผี (鬼們之蝴蝶大廈)ประเภท สยองขวัญนำแสดงโดย ไอวี่ หยิน, เจาอวี่หนิง, ไป่หลิง, ไป๋รันหยิน, วิคกี้ เจิงกำกับโดย โจ เชียงกำหนดฉาย 10 กรกฎาคม 2025ความยาว 101 นาที
เรื่องย่อหนัง • 28 มิ.ย. 68
อ่าน
“เอ็ดกีน Monster: The Ed Gein Story” ลง Netflix จุดกระแสฆาตกรในตำนาน
เอ็ดกีนกลับมาอีกครั้งใน “Monster: The Ed Gein Story” บน NetflixNetflix ปลุกตำนานฆาตกรสุดหลอนในซีรีส์ “Monster: The Ed Gein Story” ที่สร้างจากเรื่องจริงของ เอ็ดเวิร์ด ทีโอดอร์ กีน (Edward Theodore Gein) ฆาตกรและโจรขโมยศพชื่อกระฉ่อนจากรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อเหตุในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เรื่องราวของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวละครฆาตกรในภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง เช่น Psycho, The Texas Chainsaw Massacre และ The Silence of the Lambsซีรีส์นี้ถ่ายทอดชีวิตของเอ็ด กีนตั้งแต่วัยเด็กที่เติบโตในครอบครัวเคร่งศาสนาและมีแม่ที่ควบคุมชีวิตอย่างเข้มงวด จนถึงจุดที่เขาก่อเหตุฆาตกรรมและขโมยศพเพื่อนำชิ้นส่วนมาทำของใช้ในบ้าน รวมถึง “ชุดหนังมนุษย์” อันเป็นตำนานที่ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความวิปลาสในโลกอาชญากรรม ซีรีส์ 8 ตอน ถ่ายทอดความสยองและจิตวิทยาอาชญากร“Monster: The Ed Gein Story” ประกอบด้วย 8 ตอนจบ นำแสดงโดย ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam) ที่ตีความบทบาทของเอ็ด กีนได้อย่างเข้มข้นและน่าขนลุก ผู้ชมจะได้เห็นมิติทางจิตใจของชายที่ถูกกดดันจากสังคมและความโดดเดี่ยว จนนำไปสู่การก่ออาชญากรรมที่โลกไม่เคยลืมนอกจากจะเล่าเหตุการณ์จริงอย่างละเอียด ซีรีส์ยังเจาะลึกด้านจิตวิทยาอาชญากร การสืบสวนของตำรวจ และการเปิดเผยความจริงที่ทำให้สังคมอเมริกันในยุคนั้นต้องสั่นสะเทือนจุดกระแสใหม่บน Netflix และโซเชียลทั่วโลกหลังออกอากาศ “Monster: The Ed Gein Story” ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วจากแฟนหนังสยองขวัญทั่วโลก หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในผลงานที่ตีแผ่ด้านมืดของมนุษย์ได้อย่างสมจริงที่สุดในยุคนี้ และยังตอกย้ำว่า “เอ็ด กีน” คือแรงบันดาลใจสำคัญที่หล่อหลอมวัฒนธรรมหนังสยองตลอดกว่า 70 ปีที่ผ่านมา">
TNN ช่อง16 • 6 ต.ค. 68
อ่าน
เปิดวาร์ป 6 นักแสดงจาก Love Next Door ทางNetflix
Love Next Door เป็นซีรีส์ที่พูดถึงเรื่องราวของเด็ก2คนที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยที่แม่ของพวกเขา2คนเป็นเพื่อนกัน ทั้ง2คนต่างรู้เรื่องราวดำมืดในวัยเด็กของกันและกัน และเมือโตขึ้นทั้ง2คนกลับมาเจอกันอีกครั้ง และเรื่องราวโรแมนติกมันจะงอกงามขึ้นมาได้หรือไม่ต้องตามลุ้นใน Love Next Door สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำนักแสดงทั้ง6คนจากในเรื่องนี้กัน https://www.instagram.com/reel/C-oLbpaP4Hn/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==6 นักแสดงจองแฮอิน รับบทเป็น ชเวซึงฮโยhttps://www.instagram.com/p/C-rwhKYzwzh/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==จองแฮอิน เกิด 1 เมษายน 1988 ปัจจุบันอายุ 36ปี จบการศึกษาจาก Pyeongtaek University จองแฮอินได้มีความฝันในการเป็นนักแสดงและเขาได้ตั้งเป้าหมายในการเป็นนักแสดงของเขา เขาได้เดบิวต์เข้ามาในวงการบันเทิงจากเพลง Moya ของ AOA Black วงจากค่ายต้นสังกัด ในปี 2013 จองแฮอินได้เดบิวต์ในฐานะนักแสดงครั้งแรกจากซีรีส์ Bride of the Century และ The Three Musketeersในปี 2014 ในปีเดียวกันได้แสดงในภาพยนตร์ The Youth หลังจากนั้นแฮอินก็ไปรับเชิญตามซีรีส์ต่างๆ และซีรีส์เหล่านั้นก็มักเป็นซีรีส์ที่โด่งดัง เช่น Reply 1988 และ Goblin เขาเริ่มได้รับความนิยมมากๆจากซีรีส์ While You Were Sleeping ปี2017 ในบทบาทของพระรองของเรื่อง จนทำให้เขากลายเป็นหนุ่มที่ได้รับความนิยมจากเรื่องนี้ภายในชั่วข้ามคืน และในปีเดียวกันเขาได้แสดงในซีรีส์ Prison Playbook เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับการชื่นชมในฐานะนักแสดงมากๆ เพราะบทนี้ต้องเป็นคนเงียบไม่แสดงความรู้สึก มีความต่างจากบทเรื่องก่อนพอสมควรและด้วยเวลาออกอากาศห่างกันไม่มาก แฮอินจึงถูกมองว่าเป็นนักแสดงที่น่าจับตามองในขณะนั้น ทำให้เขาได้รางวัล Most Popular Actor รางวัลจากการโหวตของแฟนคลับในเวทีใหญ่ของเกาหลีอย่าง Baeksang Arts Awards ในปี 2019 เขาได้แสดงภาพยนตร์ Tune in for Love กับสาวคิมโกอึน เรื่องนี้ก็ได้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากเช่นกัน และในปี 2018 เขาได้รับบทพระเอกครั้งแรกจากซีรีส์ Something in the Rain ซีรีส์สุดโรแมนติกจนใครหลายคนต่างพากันจิ้นแฮอินกับนูน่าซนเยจินกันทั่วบ้านทั่วเมือง และในปี 2024 กับซีรีส์ Love Next Door ในบทบาทของ ชเวซึงโฮ ลูกเพื่อนแม่ผู้เพียบพร้อมทั้งหน้าที่การงานและรูปร่างหน้าตา เป็นบุคคลที่วงการสถาปนิกต่างพากันนับถือ เรื่องนี้เป็นการแสดงซีรีส์รอมคอมแบบเต็มตัวครั้งแรกของจองแฮอินซึ่งต้องมาประกบ จองโซมิน นางเอกเจ้าแม่รอมคอม แค่คิดก็สนุกแล้วhttps://www.instagram.com/p/C9433mczbZv/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==ชื่อ จองแฮอิน Jung Hae Inเกิด 1 เมษายน 1988อายุ 36ปีเข้าวงการ 2013ต้นสังกัด FNC EntIG holyhaein จองโซมิน รับบทเป็น แบซอกรยูhttps://www.instagram.com/p/C-r-B8XyXkW/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==จองโซมิน ชื่อแรกของเธอคือ คิมยุนจี เกิด 16 มีนาคม 1989 ปัจจุบันอายุ 35ปี เขาได้เดบิวต์ผลงานแรกคือ Bad Guy ในปี 2010 ซึ่งเรื่องแรกเธอก็สามารถเป็นนักแสดงนำเลย ในปีเดียวกันเธอก็มารับบทนางเอกเลยในซีรีส์ Playful Kiss เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แจ้งเกิดของเธอทำให้รู้จักทั่วบ้านทั่วเมือง ล่ามไปจนถึงอินเตอร์เพราะซีรีส์เรื่องนี้ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายในหลายประเทศ หลังจากนั้นเธอก็ได้แสดงซีรีส์อีกมากมายหลายเรื่องและหลากหลายคาแรคเตอร์ในปี 2015 ได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Twenty ในปี 2017 ได้แสดงซีรีส์เย็นแนวครอบครัวเรื่อง My Father is Strange และเรื่องนี้เคยได้เรตติ้งสูงสุดแตะ 36.5% เรียกว่าเป็นซีรีส์ที่ประสบผลสำเร็จมากๆในเกาหลี เธอได้มีซีรีส์และภาพยนตร์มาเรื่อยๆ ในปี 2022 ไดเแสดง Alchemy of Souls ในพาร์ท1 ทำให้หลายๆคนต่างพากันเรียกเธอว่ามูด็อก ปี 2023 กับภาพยนตร์คอมเมดี้อย่าง Love Reset ซึ่งทำรายได้ไปถึง 600ล้านบาทในเกาหลี และการกลับมาครั้งนี้ของเจ้าแม่คอมเมดี้อย่างโซมิน Love Next Door ในบทแบซอกรยู หญิงสาวผู้ที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าจะเรื่องอะไร จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา แต่แล้วเธอก็ลาออกจากงานด้วยเหตุผลบางอย่าง และการกลับมาเพื่อเจอกับ ชเวซึงโฮผู้กุมความลับของเธอน่าจะเป็นเรื่องที่เธอไม่ต้องการที่สุดhttps://www.instagram.com/p/C4kX4pjLwMH/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==ชื่อ จองโซมิน Jung So Minเกิด 16 มีนาคม 1989อายุ 35ปีเข้าวงการ 2010ต้นสังกัด Ieum HashtagIG holyhaein คิมจีอึน รับบทเป็น จองโมอึนhttps://www.instagram.com/p/C-sGcE9yVZL/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==คิมจีอึน เกิด 9 ตุลาคม 1993 ปัจจุบันอายุ 30ปี จบการศึกษา Theater จาก Cheongju University เริ่มเข้าวงการมาจากการถ่ายแบบและโฆษณา หลังจากนั้นไม่นานก็มีแมวมองพาเธอไปแสดงMV เพลงแรกคือ Sugarfree Girl ของ Coin Classic นอกจากนั้นเธอยังเคยแสดงMVให้กับนักร้องอีกหลายท่าน ทั้ง 2pm F.T. Island Day6 เป็นต้น ในปี 2017 ได้เดบิวต์ผลงานการแสดงครั้งแรกในเว็บซีรีส์ The Best Moment To Quit Your Job และในปี 2018 ได้แสดงซีรีส์ถึง 3เรื่องด้วยกันคือ Nice Witch, Lovely Horribly ,Children of Nobody แต่ก็ได้รับบทบาทสมทบเท่านั้น และในปีเดียวกันก็ได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง The Drug King ในปี 2021 ในที่สุดก็มาถึงเวลาของจีอึนแล้วเพราะเธอได้แสดงบทนำครั้งแรกในซีรีส์ The Veil และทำให้เธอได้รับรางวัล New Star Awards มาครอง ในปี 2022 น่าจะเป็นปีที่เรียกว่าขาขึ้นแบบสุดๆเพราะเธอมีซีรีส์ถึง 2เรื่อง คือ Again My Life และ One Dollar Lawyer แถมยังเป็นบทนำทั้งคู่ และยังได้ประกบกับพระเอกมากฝีมืออย่าง อีจุนกิ เป็นการกลับมาร่วมงานอีกครั้งกับนัมกุงมิน ผลตอบรับซีรีส์ทั้ง 2เรื่องก็ออกมาดีจนทำให้เขากลายเป็นนักแสดงดาวรุ่งเลยทีเดียว ปี 2023 จึงได้เป็นMCรายการเพลง Inkigayo ร่วมกับ ฮยองวอน Monsta X ในปี2024 ได้มีเว็บซีรีส์ Branding in Seongsu ที่เพิ่งจบไปและ Love Next Door กับบท จองโมอึน เพื่อนของ ชเวซึงฮโย และ แบซอกรยู เป็นอีกหนึ่งคนที่รู้เรื่องราวของทั้ง2คน เขาเป็นหน่วยแพทย์ 119 ซึ่งเป็นความฝันของเขาและเขาก็ได้ทำมันสำเร็จ https://www.instagram.com/p/C6YX3Kdpuku/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==ชื่อ คิมจีอึน Kim Ji Eunเกิด 9 ตุลาคม 1993อายุ 30ปีเข้าวงการ 2016ต้นสังกัด HB EntertainmentIG kj_ieun ยุนจีอน รับบทเป็น ดันโฮคังhttps://www.instagram.com/p/C-uyj08ve0q/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==ยุนจีอน เกิด 19 พฤษภาคม 1990 ปัจจุบันอายุ 34ปี จีอนจบการศึกษามหาวิทยาลัย Kyonggi University ในสาขา Department of Acting ยุนจีอนเดบิวต์เป็นนักแสดงในปี 2016 กับซีรีส์เรื่อง Memory สำหรับจีอนแล้ว ตอนนี้มีผลงาที่เรียกว่าออกมาติดๆกันและผู้ชมหลายๆคนก็คงคุ้นหน้าคุ้นตาเขาดี ตั้งแต่เรื่อง Tomorrow ซึ่งในเรื่องเขารับบทเป็นหนึ่งในทีมจัดการวิกฤตของยมทูต ในปีนี้2023 ได้มีซีรีส์ My Lovely Liar ซึ่งได้แสดงเป็น โจดึกชาน ซึ่งบทนี้ของเขาก็ค่อนข้างทำออกมาได้ดีและน่าประทับใจเพราะมีการหักมุมใดๆ และไม่นานมานี้ซีรีส์ที่เพิ่งจบไปมาดๆ Serendipity's Embrace กับบทรักแรกของนางเอก บทนี้ก็ค่อนข้างท้าทายตัวเขาอยู่เหมือนกัน แต่ที่ไม่พูดไม่ได้คงต้องบอกว่าค่อนข้างสนใจบทใหม่ของเขาในLove Next Doorเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเป็นซีรีส์ที่ออนแอร์ห่างจาก เรื่องก่อนเพียง1อาทิตย์เท่านั้น และยังออกอากาศในช่องเดียวกัน เขาได้รับอีกหนึ่งฉายาคือลูกรัก tvn เพราะเขาได้แสดงซีรีส์ของทางสถานีติดต่อกันถึง 3 เรื่องแล้ว บทที่เขาได้รับคือ ดันโฮคัง นักข่าวภาคสนามผู้มี เขามีอุดมการณ์ที่จะเสนอข่าวตามความจริง และจู่ๆเขาก็ได้พบกับ จองโมอึน เขาคิดว่าโมอึนดูเป็นคนแปลกๆและไม่สามารถคาดเดาอะไรจากผู้หญิงคนนี้ได้เลยhttps://www.instagram.com/p/C-t4UMhv1ZU/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==ชื่อ ยุนจีอน Yoon Ji onเกิด 19 พฤษภาคม 1990อายุ 34ปีเข้าวงการ 2016ต้นสังกัด Ieum HashtagIG jiii0n__ อีซึงฮยอบ รับบทเป็น แบดงจินhttps://www.instagram.com/p/C-r8kIGycof/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==อีซึงฮยอบ เกิด 31 ตุลาคม 1992ปัจจุบันอายุ 32ปี ซึงฮยอบเข้าวงการมาจากการเป็นนักร้องนำและลีดเดอร์ของวง N.flying เริ่มเข้าวงการมาในปี 2013 ซึ่งเป็นการโปรโมทกับทางญี่ปุ่น และได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการที่เกาหลี ปี 2015 ซึงฮยอบได้เริ่มการแสดงครั้งแรกจากซีรีส์ Entertainer ปี2016 ซึ่งเป็นบทรับเชิญเล็กๆเท่านั้น ปี 2017 ซีรีส์ Save Me เรื่องนี้แสดงเป็นนักเรียนที่นิสัยแย่ ซึงฮยอบทำออกมาได้อย่างดีเลยและน่าสนใจ จนอยากเห็นเขาในบทร้ายอีกถึงแม้หลังจากเรื่องนี้ก็มักจะได้รับบทดีซะส่วนใหญ่ สำหรับซีรีส์ที่ทำให้เขาได้รับความสนใจมากขึ้นมากๆและมีคนพูดถึงคือซีรีส์ Nevertheless ปี2021 แม้บทจะไม่ได้เยอะมากมายแต่ก็ถือว่าเป็นอีกจุดเปลี่ยนทางการแสดงของเขา เพราะหลังจากนั้นเขาก็ได้รับโอกาสจากช่อง tvn มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2022 กับซีรีส์Shooting Stars ในบทบาทของพ่อค้าข้าวต้มที่พลิกผันมาเป็นนักแสดง ปีนี้กับซีรีส์ Lovely Runner ซึงเป็นการมารับบทนำครั้งแรก ในบทบาทอินฮยอกเพื่อนพระเอก เรียกว่าเป็นก้าวที่สวยงามในการเปิดปีมาสำหรับซึงฮยอบเลยก็ว่าได้เพราะ บทนี้ทำให้ยอดฟอลโลว์ในไอจีเขาพุ่งถึง 1ล้านนั่นเอง และซีรีส์เรื่องล่าสุด Love Next Door ในบทของ แบดงจิน น้องชายผู้ห่างจากแบซอกรยูเพียง 13เดือน เป็นลูกรักของพ่อแม่เพราะเป็นน้องเล็ก ทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงยิม และเขายังต้องการทำความฝันในการได้รับใบอนุญาตเป็นเทรนเนอร์ https://www.instagram.com/p/C-Z7VxPyyw9/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==ชื่อ อีซึงฮยอบ Lee Seung Hyubเกิด 31 ตุลาคม 1992อายุ 32 ปีเริ่มเข้าวงการ ปี 2013ต้นสังกัด FNC EntIG sssn9_zzzn9 ซิมโซยัง รับบทเป็น อีนายุนhttps://www.instagram.com/p/C92QH09zpu5/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==ซิมโซยัง เกิด 16 มกราคม 1995 ปัจจุบันอายุ 29 ปี โซยังเข้าวงการมาในปี 2015 ซึ่งงานแรกที่เธอได้ทำคือการเป็นนางแบบด้วยความที่รูปลักษณ์ดูเชียวแบบนางแบบ จึงทำให้โซยังได้เดินแบบในงาน Seoul Fashion Week เธอได้เดบิวต์ในฐานะนักแสดงครั้งแรกจาก เว็บซีรีส์เรื่อง Flowers in My Hand ปี 2016 ในปี 2017 ได้แสดงซีรีส์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์เรื่อง Love Is Drop by Drop เป็นละครเย็นจำนวนตอนมีถึง 120 ตอน ในปี 2021 เธอได้เดบิวต์ผลงานภาพยนตร์ครั้งแรกเรื่อง Miracle: Letters to the President ในปี 2023 ได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Streamer และปี 2024 ซีรีส์ Love Next Door ซึ่งเธอรับบทเป็น อีนายุน เขาเป็นพนักงานของสำนักงานสถาปนิก แรกเริ่มตัวเขาเองชอบในศิลปะ แต่เกิดตกหลุมรักสถาปัตยกรรมขึ้นมาและทราบว่า ชื่อสถาปนิกคือ ชเวซึงฮโย และเหมือนกับพรหมลิขิตที่ทำให้เขาได้มาทำงานที่เดียวกับเขา และเขาก็พยายามที่จะแสดงความรู้สึกของเขาให้ ชเวซึงฮโยทราบhttps://www.instagram.com/p/C-PfDolzSnN/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA==ชื่อ ซิมโซยัง Sim So Youngเกิด 16 มกราคม 1995อายุ 29 ปีเริ่มเข้าวงการ ปี 2015ต้นสังกัด YG K PlusIG feelssoyoung่สามารถติดตาม Love Next Door ได้ทาง netflixเครดิตปก ปก1 holyhaein /ปก2 somin_jj / ปก3 kj_ieun /ปก4 jiii0n__ /ปก5 sssn9_zzzn9 /ปก6 feelssoyoung คลิป คลิปที่1 tvn_drama รูป รูปที่1 / รูปที่2 holyhaein / รูปที่3 /รูปที4 somin_jj /รูปที่5 รูปที่6 kj_ieun /รูปที่7 /รูปที่8 jiii0n__ /รูปที่9 / รูปที่10 sssn9_zzzn9 /รูปที่11 / รูปที่12 feelssoyoung จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
KReview • 18 ส.ค. 67
อ่าน
รีวิว Monster: The Jeffrey Dahmer Story สร้างจากเรื่องจริง
เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ (Jeffrey Dahmer) ชื่อของฆาตกรต่อเนื่อง และทารุณกรรมทางเพศที่ได้ฉายาว่า "มนุษย์กินคน" ระยะเวลากว่า 13 ปี เขาได้ลงมือสังหารชายหนุ่มที่เป็นคู่นอนของเขา รวมทั้งสิ้น 17 ราย ทว่าเขากลับใช้ชีวิตปกติ และลอยนวลอยู่ใต้สายตาของคนในสังคมและตำรวจตลอดมา วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกกับซีรีส์เรื่อง Monster: The Jeffrey Dahmer Story จะพาคุณเข้าสู่โลกมืดที่ระบบสังคมถูกปิดเสียงไว้ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! ** คำเตือน เนื้อหามีความรุนแรง และมีสปอยล์ค่ะ เรื่องย่อ ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องและการกระทำสุดโหดของ เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ (Jeffrey Dahmer) ผู้ซึ่งสังหารชายหนุ่ม 17 คน ระหว่างปี ค.ศ. 1978 – 1991 ตลอดระยะเวลา 13 ปี บนเส้นทางการฆาตรกรรมของเขา ซีรีส์เรื่องนี้ได้นำเสนอหลายมุมมอง ทั้งของครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้รอดชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นผู้พยายามหยุดยั้งการกระทำของเจฟฟรีย์ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากระบบยุติธรรมเพิกเฉยต่อพวกเขาเพียงเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มคนผิวสี นอกจากนี้ซีรีส์ยังลำดับเหตุการณ์ฆาตกรรมแต่ละคดี จนถึงวันสุดท้ายที่เขาถูกตำรวจจับกุม และกระบวนการไต่สวนที่เผยความโหดร้ายในการกระทำของเขา ไฮไลท์สำคัญของซีรีส์นี้ได้มีการแทรกคลิปเสียง ซึ่งเป็นบทสนทนาจริงๆ เพื่อให้ซีรีส์มีความเรียลมากยิ่งขึ้น นักแสดงนำ อีแวน ปีเตอร์ส (Evan Peters) นักแสดงชาวอเมริกันที่แฟนซีรีส์คุ้นหน้ากันดีจากผลงาน American Horror Story หลายซีซัน รวมถึงบทบาท “ควิกซิลเวอร์” ใน X-Men: Days of Future Past (2014), และการแสดงที่โชว์ฝีมือใน WandaVision (2021) และ Mare of Easttown (2021) โดยในซีรีส์ Monster: The Jeffrey Dahmer Story ได้นักแสดงดาวรุ่งอย่าง อีแวน รับบทเป็น เจฟฟรีย์ ฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อคดีสะเทือนขวัญระดับโลก การแสดงของเขาไม่เพียงสร้างความเยือกเย็น แต่กลับสะกดทุกสายตาให้รับชมการกระทำแสนโหดร้ายของเขา และยังทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงความโดดเดี่ยวและเข้าใจสภาวะจิตใจบิดเบี้ยวที่ซ่อนอยู่ในตัวฆาตกรคนนี้อย่างลึกซึ้ง https://www.instagram.com/reel/Ciihnb9pSYs/?igsh=N3hldzVtM3J4eHlr Jeffrey Dahmer : ฆาตรกรต่อเนื่องจากเรื่องจริงในตำนาน เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ (Jeffrey Dahmer) เกิดวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.1960 ที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นลูกชายของไลโอเนล ดาห์เมอร์ (Lionel Dahmer) นักวิทยาศาสตร์เคมี และจอยซ์ ดาห์เมอร์ (Joyce Dahmer) เจ้าหน้าที่ห้องแล็บซึ่งภายหลังผันตัวไปทำงานผู้ให้ปรึกษาทางจิตเวช ในช่วงที่ตั้งครรภ์และเลี้ยงดูเจฟฟรีย์ในวัยเด็ก จอยซ์มักจะรับประทานยาคลายเครียดและยานอนหลับเป็นประจำ (อาจส่งผลกับความผิดปกติของเจฟฟรีย์) อุปนิสัยของเจฟฟรีย์ เขาเป็นเด็กที่เงียบ ขี้อาย สนใจสิ่งแปลกๆ เช่น ชอบเก็บซากสัตว์ที่ตายแล้วมาชำแหละ (อาจได้รับอิทธิพลการเรียนรู้มาจากพ่อของเขา ผู้ชอบศึกษาเรื่องวิทยาศาสตร์) ตลอดเวลาในครอบครัวนั้น พ่อแม่มักจะมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง จนในที่สุดพวกเขาก็ได้แยกทางกัน ยิ่งทำให้เจฟฟรีย์กลายเป็นคนโดดเดี่ยว ติดแอลกอฮอล์ และมีพฤติกรรมทางจิตที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความสนใจทางเพศ จนในที่สุดเขาได้ก้าวสู่การก่ออาชญากรรม เจฟฟรีย์มีวิธีการเลือกเหยื่อส่วนใหญ่เป็นชายผิวสีและชายหนุ่มเชื้อสายเอเชียตามสถานบันเทิงก่อนจะล่อลวงเหยื่อให้ไปที่อพาร์ตเมนต์ของตนเอง ด้วยบุคลิกที่เฟลนลี่ มีน้ำใจ แสดงความช่วยเหลือต่อผู้พบเห็น เหตุนี้จึงทำให้เหยื่อวางใจ จากนั้นเขาได้วางยาและทำให้หมดสติ โดยแรงจูงใจในการกระทำคือ ความต้องการครอบครองเหยื่อหรือไม่อยากให้ถูกทิ้งไป เขาจึงทำการถ่ายรูป, ชำแหละ, เก็บชิ้นส่วนร่างกาย, และกิน! ภายหลังถูกจับกุมในปี ค.ศ. 1991 เจฟฟรีย์ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต โดยไม่มีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวในเรือนจำรัฐวิสคอนซิน และถูกฆ่าตายภายในเรือนจำเมื่อปี ค.ศ. 1994 เหมือนเรื่องจะจบลงแล้ว...แต่ทว่าได้เกิดความขัดแย้งของพ่อและแม่อีกครั้ง เมื่อแม่ของเจฟฟรีย์อยากให้เก็บสมองไว้เพื่อให้แพทย์ได้ศึกษาสภาพสมองของฆาตกรต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกันฝั่งของพ่อกลับทำความต้องการของลูกชายที่เคยสั่งเสียเอาไว้ก่อนหน้า ซึ่งขอให้ทำลายร่างกายของเขา รวมถึงสมองทิ้งไปทั้งหมด จนท้ายที่สุด ศาลรัฐวิสคอนซินมีคำตัดสินให้ทำลายสมองของเจฟฟรีย์ สุดท้ายนี้จึงได้แต่ตั้งคำถามเอาไว้ว่าการหล่อหลอมความเป็นเจฟฟรีย์เกิดความผิดปกติของสมอง หรือการละเลยของสังคมและครอบครัวกันแน่ สะท้อนประเด็นปัญหาทางจิตวิทยา สังคม สู่ปัญหาอาชญากรรม หากมองเจาะลึกความโหดร้ายของเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ (Jeffrey Dahmer) คือภาพสะท้อนของความบกพร่องทางจิตใจ การเลี้ยงดู และการเพิกเฉยของสังคม ที่กลายเป็นแรงผลักให้เกิดอาชญากรรมสะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง ซีรีส์ Monster: The Jeffrey Dahmer Story แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบยุติธรรม โดยเฉพาะการทำงานของตำรวจ การละเลยพื้นที่ชุมชนคนผิวสี และตั้งคำถามกับผู้ชมว่า ถ้าระบบทำงานมีประสิทธิภาพ หรือรับฟังเสียงจากผู้คนชายขอบมากกว่านี้ก็คงไม่เกิดโศกนาฏกรรมอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ นอกจากนี้ รากฐานของความผิดปกติก่อตัวเมื่อเจฟฟรีย์เติบโตมาในบ้านที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง พ่อแม่ทะเลาะกันตลอดเวลา ทำให้เขาเติบโตในความโดดเดี่ยว ถูกมองว่าเป็นเด็กแปลกที่สนใจสิ่งผิดปกติ เช่น ซากสัตว์หรือการชำแหละร่างกาย สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเพียงพฤติกรรมประหลาด แต่กลับไม่มีใครเข้าใจหรือช่วยเหลืออย่างจริงจัง ความไม่ใส่ใจของครอบครัว และระบบสังคมกลายเป็นช่องว่างของการก่อความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น ประเด็นต่อมาคือเรื่องของ อัตลักษณ์ทางเพศของกลุ่ม LGBTQ+ เจฟฟรีย์เป็นชายรักร่วมเพศ แต่ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคล เพียงแต่เป็นผลจากปัจจัยทางจิตใจ ครอบครัว และสังคม การวิเคราะห์ในมุมนี้จึงสำคัญเพื่อไม่ให้ซีรีส์สร้างตราบาปหรือความเข้าใจผิดต่อชุมชน LGBTQ+ และยังย้ำให้เคารพและให้เสียงแก่กลุ่มเพศทางเลือกเป็นสิ่งจำเป็นในการเล่าเรื่องจริงโดยไม่ละเมิดศักดิ์ศรี ความประทับใจในซีรีส์ ซีรีส์ Monster: The Jeffrey Dahmer Story เป็นผลงานซีรีส์ที่สร้างจากเรื่องจริง ถ้าพูดถึงความเข้มข้น บอกเลยว่าดาร์กสุดๆ ด้วยการแสดงของอีแวน ปีเตอร์ส (Evan Peters) เขาถ่ายทอดตัวตนของเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ (Jeffrey Dahmer) ได้เหมือนกับต้นฉบับอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่บุคลิกนิ่งๆ ความเย็นชาไปจนถึงน้ำเสียงที่ใช้พูดหลอกล่อเหยื่อให้เชื่อใจ จากคำพูดที่เหมือนจะช่วยเหลือ กลับกลายเป็นกับดักความโหดร้ายในที่สุด จากการรับชมซีรีส์เรื่องนี้ สิ่งที่ประทับใจมากคือ ความสมจริงของซีรีส์ ทั้งการแคสติ้ง ฉาก เสื้อผ้า ไปจนถึงบรรยากาศที่แสดงความอึดอัด ซีรีส์ยังแทรกฉากซึ้งใจได้อย่างดี เช่น ตอนที่เจฟฟรีย์พูดกับพ่อว่า “ถ้าพระเจ้าให้อภัยผม... พ่อจะให้อภัยผมไหม” เป็นฉากที่ทำให้เห็นมิติของความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความเสียใจ ความผิดหวัง และความรัก อย่างไรก็ตามการกระทำสุดโหดของเจฟฟรีย์ไม่อาจลบล้างความผิดต่อสังคมได้ โดยรวมแล้วซีรีส์เรื่อง Monster: The Jeffrey Dahmer Story เป็นซีรีส์ที่ “หดหู่แต่หยุดดูไม่ได้” ให้คะแนนความประทับอยู่ที่ 9/10 คะแนน สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าคุ้มค่าที่จะรับชมไหม ต้องบอกเลยว่า "คุ้มค่าอย่างแน่นอนค่ะ" (สำหรับใครอ่อนไหว ขอให้กดข้ามไปได้เลยนะคะ) เพราะคุ้มค่าทั้งในแง่การแสดง การเล่าเรื่อง และสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบยุติธรรมและสังคมที่ปล่อยให้เสียงที่ถูกมองข้าม จนความมืดแผ่ขยายตัวและคร่าชีวิตคนไปเรื่อยๆ ตัวอย่างซีรีส์ ประเภทซีรีส์ : อาชญากรรม, สยองขวัญ, ชีวประวัติสร้างจากเรื่องจริง แนะนำอายุที่ควรดู : 18 ปีขึ้นไป ซีรีส์มีเนื้อหาหนักแนวสยองขวัญและจิตวิทยา มีฉากและบทที่อาจกระทบจิตใจผู้ชมที่อายุน้อยหรืออ่อนไหว ภาษาต้นฉบับ : ภาษาอังกฤษ และพากย์ไทย ความยาวของซีรีส์ : จำนวน 10 ตอน โดยมีความยาวเฉลี่ยต่อตอนประมาณ 50 - 60 นาที สามารถรับชมได้ที่ : Netflix หรือรับชมได้ที่ Netflix ผ่านกล่อง TrueID TV ได้นะคะ 💕 https://www.youtube.com/watch?v=ubhvBw0dPoQ Monster: The Jeffrey Dahmer Story คือผลงานจากคดีจริง สะท้อนการตั้งคำถามของสังคมว่า ความโดดเดี่ยว และความเจ็บป่วยทางใจเป็นต้นกำเนิดของปีศาจในใจคนเราได้อย่างไร ท้ายที่สุดเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของฆาตกรเพียงฝ่ายเดียว แต่มันคือการถ่ายทอดเสียงของเหยื่อที่ถูกละเลย จนความมืดกลืนกินมนุษย์ไปทีละน้อย หากคุณยังอยากสัมผัสเรื่องราวสยองขวัญที่สร้างจากคดีจริง สามารถตามไปดูซีรีส์เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ซีซัน 2 Monster: The Lyle and Erik Menendez Story และซีซัน 3 Monster: The Ed Gein Story ก็เป็นซีรีส์อีกสองเรื่องที่ไม่ควรพลาด ร่วมค้นหาความจริงและสัมผัสกับความสยองขวัญไปด้วยกัน เตรียมใจให้พร้อม…แล้วลองเปิดดูซีรีส์กันได้เลยค่ะ บทความอื่นๆ ที่แนะนำ รีวิวซีรีส์ Monster: The Ed Gein Story สร้างจากเรื่องจริง ขอบคุณรูปภาพ ภาพปก / ภาพที่1 จาก NetflixTH ภาพที่2 จาก Netflix ภาพที่3 / ภาพที่4 จาก Netflixth ขอบคุณวิดีโอ จาก AfricaOnNetflix Monster: The Jeffrey Dahmer Story จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
eyeyiiop • 12 ต.ค. 68
อ่าน
The Room Next Door
เรื่องย่อ The Room Next Door ชื่อเรื่อง The Room Next Doorประเภท ดรามานำแสดงโดย ทิลดา สวินตัน, จูลีแอนน์ มัวร์, จอห์น เทอร์เทอร์โร, อเล็กซานโดร นีโวลากำกับโดย เปโดร อัลโมโดวาร์กำหนดฉาย 23 มกราคม 2025ความยาว 106 นาที
เรื่องย่อหนัง • 15 ธ.ค. 67
อ่าน
กลยุทธ์ M-NEXT โดย Merkle Capital ทางเลือกการลงทุนในโทเคนดิจิทัล
#โทเคน #ทันหุ้น - จากความสำเร็จ Trigger 1 (M-T1) บรรลุเป้าหมายผลตอบแทน 30% ภายใน 48 วัน และTrigger 2 (M-T2) ผลตอบแทน 20% ภายใน 20 วัน Merkle Capital ยังมีกลยุทธ์จัดการเงินทุนอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น Next Generation (M-NEXT) ที่มีเงื่อนไขการลงทุนใน DeFi, Web 3.0, Metaverse, Blockchain Infrastructure, DePin และ Liquid Staking รูปแบบสะสมมูลค่า โดยลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถเพิ่ม/ลดทุน ได้ทุกวันทำการ ปี 2024 กระแสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะ Bitcoin ที่ราคาพุ่งสูงแตะ 70,000 ดอลลาร์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการอนุมัติกองทุน Bitcoin ETF สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้มีแค่ Bitcoin ยังมีโทเคนดิจิทัลอีกมากมายที่น่าสนใจ ซึ่งบางครั้งมีการปรับตัว ขึ้นของราคาสูงกว่า 30% ภายในวันเดียว อีกทั้ง โทเคนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีจำนวนมาก และมีการเสนอขายเพิ่ม ขึ้นตลอดเวลา จึงทำให้มีอุปสรรคในการเลือกลงทุน เพราะหากเลือกลงทุนในโทเคนที่มีพื้นฐานไม่ดี ยามตลาดปรับตัวลง นักลงทุนอาจขาดทุนมหาศาลได้ บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จํากัด จึงนำเสนอกลยุทธ์จัดการเงินทุน Next Generation (M-NEXT) มีนโยบายเน้นลงทุนในโทเคนดิจิทัลชั้นนํา (Top Digital Token) ที่มีแนวโน้มเติบโตของแต่ละกลุ่มธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านการคัดกรองจากบริษัท ทั้งนี้ ในช่วงต้น บริษัทจะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล 6 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. Decentralized Finance (DeFi) กลุ่มอุตสาหกรรมทางการเงินแบบกระจายศูนย์บนระบบ บล็อกเชน โดยใช้กลไกควบคุมการดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดผ่าน Smart Contract 2. Web 3.0 Service กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain เป็นตัวจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้บริการกับผู้ใช้งาน 3. Metaverse กลุ่มอุตสาหกรรมที่สร้างแพลตฟอร์มเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เข้าไปมีสังคมและสร้างความ สนุกบนโลกเสมือน 4. Blockchain Infrastructure กลไกที่ทำให้ผู้ถือโทเคน คริปโทฯ มีส่วนร่วมในการรักษาความ ปลอดภัยของเครือข่าย Blockchain พร้อมไปกับการรักาาและเข้าถึงสภาพคล่อง 5. Decentralized Physical Infrastructure Networks (DePin) เครือข่ายโครงสร้าง พื้นฐานทางกายภาพแบบกระจายอำนาจ โดยใช้เทคโนโลยี 6. Liquid Staking กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้กลไก Smart Contract ในการควบคุมเงื่อนไขการ Staking สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรับส่วนแบ่งรายได้ Blockchain และโทเคน Next Generation (M-NEXT) บริหารโดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนธุรกิจสินทรัพย์ ดิจิทัล เป็นการลงทุนแบบสะสมมูลค่า ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท โดยอาจมีการปรับกลุ่มธุรกิจตามสภาพตลาดตาม ดุลยพินิจที่บริษัทเห็นสมควร ซึ่งจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถเพิ่ม / ลดทุน ทุกวันตามเวลาทำการของบริษัท เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนในช่วงที่จังหวะตลาดอยู่ในภาวะที่เติบโต กลยุทธ์นี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ต้องการเปิดโอกาสกระจายการลงทุนในโทเคนดิจิทัล สามารถ ยอมรับได้และไม่มีข้อกังวลหากเงินต้นมีการปรับตัวลดลงมากกว่า 50% ซึ่งการปรับตัวลดลงนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อค่า ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือผู้ลงทุนที่มีสภาพคล่องคงเหลือจากการลงทุนในตลาดทุนดั้งเดิม เช่น กองทุน, หุ้นสามัญ หรือ ทองคํา เป็นต้น จุดเด่นของ M-NEXT: มือใหม่ ลงทุนได้ : Merkle คัดเลือกโทเคนดิจิทัลที่มีพื้นฐานดี โดยที่นักลงทุนไม่ต้องคัดเลือกโทเคนดิจิทัลด้วยตนเอง เวลาน้อย ลงทุนได้: ไม่ต้องติดตามตลาด 24/7 Merkle ดูแลเงินทุนของคุณให้ กระจายความเสี่ยง: ลงทุนในหลายกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะตลาดผันผวน คำเตือน การจัดการเงินทุนในกลยุทธ์ผ่านผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล มีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจ ไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน หรืออาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมด บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งไม่ได้เป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้ม ครองเงินฝาก และการฝากเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลไว้กับ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ใช่เงินฝากที่ได้ รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยหากเกิดความเสียหายใดๆ กับบริษัท ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับคืนทรัพย์สินจากผู้ประกอบธุรกิจครบทั้งจำนวนในทันที ตัวเลข ดัชนี หรือผลการดำเนินกิจการในอดีต เป็นเพียงข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนเท่านั้น และไม่ถือเป็นการยืนยันผลการประกอบการหรือผลกําไรในอนาคต บริษัทจะมีการนําเงินลงทุนในกลยุทธ์แลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Stablecoin ก่อนการเข้า ลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนในกลยุทธ์นี้ จึงอาจมีความเสี่ยงที่มูลค่าของ 1 USD Stablecoin อาจลด ลงตํ่ากว่ามูลค่าของ 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสาเหตุอาจเกิดมาจากความน่าเชื่อถือที่ลดลงของ USD Stablecoin จนทําให้ราคา 1 USD Stablecoin ดังกล่าวตํ่ากว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ได้จาก งบการเงินและผลประกอบการของบริษัทฯ ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ ควรพิจารณาข้อมูลอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจใช้บริการด้วย เช่น คุณภาพของการให้บริการ และ การจัดการข้อร้องเรียนเป็นต้น บริษัทฯ มีการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลไว้กับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (third-party custodian) โดยผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ สามารถศึกษาและอ่าน รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://merkle.capital/ หรือ ติดต่อLine : @Merkle.capital Website : http://merkle.capital Facebook : Merkle Capital Youtube : Cryptomind Group Tel : 021148314 ที่ทำการ : บริษัทเมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด 944 มิตรทาวน์ ออฟฟิศทาวเวอร์ ชั้น 16 ห้องเลขที่1608 ถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (เวลา 9.00 - 17.00 น.) **คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและสินทรัพย์ ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ **ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต หรือผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของ สินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดำเนินงานในอนาคต เกี่ยวกับ บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้การดูแลกำกับ จากสำนักงานก.ล.ต. โดยมีกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่นักลงทุนสามารถลงทุนได้อย่างปลอดภัย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริษัทโปรดดูได้ทางเว็บไซต์ https://merkle.capital/
ทันหุ้น • 29 มี.ค. 67
อ่าน
รีวิว Monster: The Ed Gein Story (2025) ต้นแบบฆาตกรฮอลลีวูด
รีวิว Monster: The Ed Gein Story (2025) ต้นแบบฆาตกรฮอลลีวูด บทความรีวิวนี้ ถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกส่วนตัวของผม หากผิดพลาดประการใด หรือไม่ถูกใจใครต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แต่ก่อนจะมาเริ่มการรีวิวเรามาดูเรื่องย่อกันก่อนดีกว่า… รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ Monster: The Ed Gein Story (ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน) ซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของชีวิต Ed Gein (รับบทโดย Charlie Hunnam) ฆาตกรต่อเนื่องอันโด่งดังของอเมริกาผู้เป็นต้นแบบของตัวละครในภาพยนตร์สยองขวัญในตำนานหลายเรื่อง ซึ่งตัวซีรีส์จะพาผู้ชมย้อนกลับไปในช่วง ค.ศ. 1940 ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ติดตามเรื่องราวชีวิตของเขาตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเขาเป็นคนยังไง เติบโตมาในครอบครัวแบบไหน รวมไปถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเริ่มกลายมาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง และบทสรุปในช่วงบั้นปลายชีวิตของเขา โดยเรื่องราวจะเข้มข้นและสยดสยองแค่ไหน ทุกคนต้องไปดูกันด้วยตาตัวเอง Monster: The Ed Gein Story (ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน) สามารถรับชมได้พร้อมพากย์ไทยทาง Netflix ตัวอย่าง Monster: The Ed Gein Story (ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน) รีวิว Monster: The Ed Gein Story (ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน) ซีรีส์ที่คนดูเสียงแตกเป็น 2 ฝั่งหลังดูจบ สำหรับซีรีส์เรื่องนี้นั้นถือเป็นซีซั่นที่ 3 ของซีรีส์ Monster ที่ในแต่ละซีซั่นจะติดตามเรื่องราวของฆาตกรแต่ละคน เรื่องราวไม่ได้ต่อกัน ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องดู 2 ซีซั่นแรกมาก่อนก็สามารถดูเรื่องนี้ได้เลย ซึ่งในซีซั่นนี้จะโฟกัสไปที่ชีวิตของ Ed Gein ฆาตกรจิตวิปริตระดับตำนานจากยุค 50 ที่ชอบขุดศพขึ้นมาถลกหนังไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือนำร่างของเหยื่อมาชำแหละทำเป็นหน้ากาก และยังเป็นต้นแบบของตัวละครสยองขวัญในตำนานหลายตัว อาทิเช่น Leatherface จากแฟรนไชส์ Texas Chain Saw หรือ สิงหาสับ และ Norman Bates จาก Psycho (1960) ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งพอได้ดูจนจบผมก็ได้ไปอ่านรีวิวของหลายๆ คนมา ก็พบว่าผู้ชมนั้นมีเสียงแตกกันเป็น 2 ฝั่ง คือมีทั้งฝั่งที่ชอบมากๆ และรู้สึกสงสารฆาตกร เพราะซีรีส์ได้เผยให้เห็นถึงต้นกำเนิดของเขาที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีแม่เป็นคนเคร่งศาสนาจนเกินพอดี และสื่อที่รุนแรงในยุคนั้นจนทำให้เขาแยกผิดถูกไม่ออก ส่วนอีกฝั่งที่ไม่ชอบก็จะมองต่างออกไป มองว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ฆาตกรคนนี้ดูน่าสงสารเกินจริง หรือเป็นการชุบตัวให้กับฆาตกรผู้โหดร้าย เพราะมองว่าการสังหารคนเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้อภัย อันนี้ก็คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละคนจริงๆ อีกอย่างตัวซีรีส์ก็ไม่ได้ทำตรงตามความจริงทั้งหมด มีการแต่งเติมเรื่องราวบางอย่างไปเพื่อทำให้สนุกขึ้นด้วย ตีแผ่ความโหดร้ายของสื่อยุคเก่า ประเด็นสำคัญที่ซีรีส์เรื่องนี้พยายามจะสื่อให้เราเห็นมากๆ เลยก็คือความมีอำนาจของสื่อในยุคก่อนที่มีต่อเด็กที่เติบโตในยุคสมัยนั้น เริ่มจากตัวของ Ed Gein ที่เราจะได้เห็นกันว่าเขาเติบโตมากับการอ่านหนังสือการ์ตูนสยองขวัญรุนแรงที่เล่าเรื่องของฆาตกรสาวที่ชอบชำแหละร่างเหยื่อมาทำเฟอร์นิเจอร์ จนเขาเอามาทำตามจริงๆ กับเหยื่อของเขา ไปจนถึงการที่เขาเสพติดการดูรูปภาพความรุนแรงจากสนามรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ่งเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญที่บ่มเพาะความโหดร้ายให้ชายคนนี้ ด้วยความที่เขาเป็นคนที่ไม่ได้ปกติขนาดนั้น และเสพแต่ความรุนแรง ทำให้เขาไม่สามารถแยกแยะถูกผิดได้ คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำเป็นเรื่องปกติ บวกกับสภาพแวดล้อมครอบครัวที่เขาเติบโตมากับแม่ผู้เคร่งศาสนาที่บังคับให้เขาอยู่ภายใต้อานัติ ห้ามคบหาผู้หญิง ยิ่งทำให้เขาต้องกดอารมณ์ตัวเองไว้จนกลายเป็นคนเก็บกด และเมื่อแม่ของเขาจากไป ทุกสิ่งอย่างที่เขาพยายามกดเอาไว้หลายปีจึงปะทุจนระเบิดออกมาจนเริ่มก่อเหตุสยองขวัญ นอกจากนี้ซีรีส์ยังนำเสนอให้เห็นอีกด้วยว่ามีนักเขียน และผู้กำกับหนังหลายคนที่เอาเรื่องราวของเขาไปดัดแปลงเป็นนวนิยายหรือตัวละคร จนทำให้เขาโด่งดัง และยิ่งส่งต่อความโหดร้ายไปเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม จะเห็นได้ในช่วงตอนท้ายๆ ที่มีการนำเสนอให้เราได้เห็นว่ามีฆาตกรต่อเนื่องในยุคหลังหลายคนที่ยึด Ed Gein เป็นไอดอลหรือต้นแบบ เรียกง่ายๆ ก็คือก่อนหน้านี้ไม่เคยมีฆาตกรที่โหดขนาดนี้มาก่อนในอเมริกา แต่หลังจากเรื่องราวของเขาโด่งดัง ก็เริ่มมีพฤติกรรมเลียนแบบมากขึ้น จนเกิดฆาตรกรที่โหดร้ายตามมาอีกหลายคน สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าสื่อมีอิทธิพลกับสังคมมนุษย์ขนาดไหน เป็นเหมือนการเตือนให้เราได้ตระหนักรู้ว่าควรเสพสื่ออย่างมีสติ รวมถึงผู้สร้างสื่อเองก็ควรนำเสนออย่างมีขอบเขตเช่นกัน แม้ว่าตัวซีรีส์นี้เองก็จะเป็นอีกหนึ่งสื่อที่ส่งต่อความรุนแรงด้วยเหมือนกันก็เถอะ เอาจริงมันก็แอบย้อนแย้งอยู่นิดหน่อย 555555 เจาะลึกความคิดและความวิปริตของฆาตกร จากที่พูดไปแล้วในย่อหน้าก่อนหน้านี้ว่าถึงซีรีส์จะสะท้อนให้เห็นเรื่องความอันตรายของอิทธิพลสื่อ แต่ก็ย้อนแย้งเพราะตัวซีรีส์ก็นำเสนอความรุนแรงเช่นกัน เพราะเขาพาเราไปเจาะลึกถึงพฤติกรรมของ Ed Gein แบบถึงพริกถึงขิง มีฉากความรุนแรงให้เห็นแบบไม่เซนเซอร์เลยซักนิด ทั้งตอนที่เขาสังหาญเหยื่อ ตอนชำแหละร่างเหยื่อ ไปจนถึงหนักสุดคือฉากที่เขามีอะไรกับศพ คือมันไปสุดมาก ไปไกลมากจนถึงขนาดที่ตอนผมดูผมยังคิดเลยว่าถ้าเด็กที่ไม่มีวุฒิภาวะหรือคนที่จิตไม่ปกติได้มาดูแล้วเอาไปทำตามนี่จะเป็นยังไง คือมันเป็นดาบสองคมมากจริงๆ แม้ว่าจุดประสงค์ของผู้สร้างคือทำเผื่อให้คนดูได้ตระหนักรู้ แต่เราก็ไม่สามารถคาดเดาเลยว่าจะมีใครได้ดูบ้าง และคนที่ได้ดูจะจับประเด็นหรือแยกออกแค่ไหน ทว่านอกจากฉากความรุนแรงแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขาทำได้ดีคือการพาเราไปเจาะลึกอาการทางจิตของเขา ทั้งการเห็นภาพหลอนชนิดที่แยกความจริงกับความคิดในหัวไม่ออก หรือภาวะบุคลิกที่ซับซ้อนของเขาที่จะจำเรื่องราวหลายอย่างที่ตัวเองทำไม่ได้ ทำให้เราได้เห็นเลยว่าเขาป่วยทางจิตแบบรุนแรงแค่ไหน แต่อันนี้ก็ต้องดูด้วยวิจารณญาณ เพราะเรื่องราวของเขามันเก่ามาก เราไม่สามารถการันตีได้เลยว่าอะไรคือเรื่องจริงมาก ความจริงแล้วเขาอาจจะหลอกหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ก็ได้ อันนี้ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้จริงๆ ได้แต่นั่งเดากันไป ซึ่งส่วนตัวผมเชื่อว่าเขาไม่ถึงกับไม่รู้หรอก เขาน่าจะรู้และจำได้ แต่อาจจะแค่แกล้งลืมและแกล้งบ้าเพื่อหนีความผิดนั่นแหละ อันนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนจริงๆ ทุกคนต้องลองไปดูกันเอง ภาพรวมถือว่าเป็นซีรีส์ที่ดูได้เพลินๆ ไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็ไม่ได้แย่เช่นกัน บทใช้ได้ ดำเนินเรื่องโอเค โปรดักชั่นดี งานภาพดี และที่สำคัญคือ Charlie Hunnam ที่รับบทเป็น Ed Gein นี่แสดงดีมาก เล่นถึงสุดๆ เอาซะลืมความหล่อของเขาจากเรื่องก่อนๆ ไปเลย แบกซีรีส์ทั้งเรื่องได้สบายๆ เรียกได้ว่าแค่เข้าไปดูการแสดงของเขาอย่างเดียวก็คุ้มค่าเน็ตแล้ว ปล.หากชอบที่ผมเขียนฝากไปติดตามเพจ ซินีฟาย บน Facebook ด้วยนะครับ เพิ่งเริ่มกลับมาทำ เพจเก่าโดนแฮก สนับสนุนกันหน่อยนะค้าบ ฝากกดแชร์ และกดติดตามเพื่อจะได้เห็นบทความใหม่ๆ ของผมในอนาคตด้วยนะครับ ช่องทางในการติดตาม กลุ่มสำหรับพูดคุยเรื่องหนัง : พูดคุยเรื่องหนังทุกเรื่องบนโลก ข่าวสารหนังและซีรีส์: ซินีฟาย บทความอื่นๆของ ละเลงหนัง รีวิว Genie, Make a Wish (2025) ซีรีส์ที่ดูได้แต่ไปไม่ถึงฝัน รีวิว House of Guinness (2025) ซีรีส์น้ำดี สนุกดูเพลิน รีวิว Wayward ซีรีส์แนวลัทธิที่เปิดเรื่องดีแต่ดันแผ่วตอนปลาย รีวิว One Battle After Another (2025) หนังดีประจำปีที่ควรดู! รีวิว เมนูรักพิชิตใจราชา ซีรีส์รอมคอมสุดน่ารักที่ห้ามพลาด! รีวิว Mantis: ตั๊กแตนนักฆ่า (2025) หนังนักฆ่าในคราบนักรัก รีวิว Alice in Borderland ซีซัน 3 ศึกเกมมรณะครั้งสุดท้าย รีวิว ซ้ำวัน กับ Someone หนังไทยติดลูป แหล่งที่มาจาก Netflix ภาพปก: 1 ภาพประกอบ: 1 / 2 / 3 / 4 วิดีโอ: ปีศาจ: เรื่องราวของเอ็ด กีน (MONSTER: The Ed Gein Story) | ทีเซอร์อย่างเป็นทางการ จาก Youtube: Netflix Thailand จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
ละเลงหนัง • 11 ต.ค. 68
อ่าน
OMD ส่งสารถึงนักการตลาด: “We Create What’s Next – เราสร้างอนาคตที่จะมาถึง”
สำนักงาน OMD Worldwide ของ Omnicom Media Group ซึ่งเป็นเครือข่ายมีเดียเอเยนซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เปิดตัวการวางตำแหน่ง (positioning) ใหม่ ที่สื่อถึงการเป็นพันธมิตรด้านสื่อ ที่มีวิสัยทัศน์ ความชำนาญ เทคโนโลยี และขนาดองค์กร ที่จะช่วยส่งเสริมให้แบรนด์เพิ่มยอดขายให้มากขึ้น และเติบโตในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายใต้พันธกิจ: เราสร้างอนาคตที่จะมาถึง การปรับแบรนด์ใหม่ โดยใช้ประโยชน์จาก Canva มีการปรับเปลี่ยนโลโก้เดิมสีแดงให้ทันสมัยขึ้น และพันธกิจใหม่ เราสร้างอนาคตที่จะมาถึง เพื่อเน้นย้ำถึงความสามารถเฉพาะของ OMD ในการใช้ประโยชน์จากความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโกค ทั้งการสืบค้น การมีส่วนร่วม การทำธุรกรรม และความรักต่อแบรนด์ ในยุคที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของสื่อค้าปลีก ทีวีแบบเชื่อมต่อ (connected TV) ระบบนิเวศของครีเอเตอร์/อินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ อทิ การสืบค้นด้วย Generative AI เราสร้างอนาคตที่จะมาถึง คือสารที่เราส่งไปยังทีมของเรา พันธมิตรของเรา และตลาดโดยรวม: OMD กำลังต่อยอดความเป็นผู้นำระดับโลก และการตกทอดในความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม เพื่อตีความใหม่เกี่ยวกับวิธี และที่ที่แบรนด์สามารถชนะคู่แข่ง หรือได้ใจจากผู้บริโภคในทศวรรษหน้า คุณจอร์จ มานัส ซีอีโอ OMD Worldwide กล่าว เราเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าการทำเช่นนั้น ต้องใช้ความร่วมมืออย่างลึกซึ้งและไม่เคยมีมาก่อนระหว่างเอเยนซี่ของเรา ลูกค้า และตลาด เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดจากแต่ละฝ่าย สำหรับ OMD เอง เราจะใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบเฉพาะของ Omnicom ในด้าน AI, ข้อมูล และเทคโนโลยี; ความเชี่ยวชาญเชิงลึกทางพาณิชย์ ครีเอเตอร์ และทีวีแบบเชื่อมต่อ รวมถึงประสบการณ์ที่แข็งแกร่งด้านนวัตกรรมในการดำเนินงานขององค์กร ทั้งหมดนี้จะนำมาใช้เพื่อบริการโซลูชันสื่อสร้างสรรค์ ที่ช่วยสร้างแบรนด์ และการเติบโตในธุรกิจให้กับลูกค้าของเรา การเปิดตัวการวางตำแหน่งใหม่ได้ถูกจัดขึ้นในงานประชุมท้องถิ่นระดับโลกที่จัดโดยคุณจอร์จ มานัส ซึ่งถ่ายทอดสดไปยังพนักงาน OMD จำนวน 14,000 คนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ในระหว่างงาน คุณจอร์จ ยังได้เน้นย้ำถึงผลงานธุรกิจใหม่ของ OMD ในปี 2024 ซึ่งมีมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ จากธุรกิจใหม่ทั้งหมด ซึ่งรวมถึง Gap Inc., Michelin, AliExpress และ Turkish Airlines สำหรับ OMD ประเทศไทย คุณเริงฤทธิ์ จินดาพร ผู้จัดการทั่วไป ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเติบโตของธุรกิจของเราอยู่ที่กว่าร้อยละ 13 ในปี 2024 ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านบาท เราคาดว่าในปีนี้ธุรกิจของเราจะเติบโตขึ้นในอัตราที่สูงกว่าปีก่อนหน้า และในส่วนของพันธกิจ We Create Whats Nextเราสร้างอนาคตที่จะมาถึง เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสิ่งที่เป็น Whats Next โดยเรายึดหลักการทำงาน (principles) ที่เป็นหัวใจสำคัญ ได้แก่ ลูกค้าคือศูนย์กลางสิ่งที่เราทำ (client-first) เรามุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้า เราใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนกลยุทธ์และการตัดสินใจ (data-fueled) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และเราให้ความสำคัญกับบุคลากรของเรา (people-powered) ที่เป็นพลังสำคัญ เราสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้าง Solutions ที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพ โดยสิ่งที่เราสร้างสรรค์ต่าง ๆ นั้น เพื่อนำพาลูกค้าสู่อนาคตอันได้แก่ commercial advantage ปฎิเสธไม่ได้ว่าลูกค้าของเราทุกราย ต้องการขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าด้วยความได้เปรียบทางการค้า OMD Thailand พัฒนา media solutions ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven) และมุ่งเน้นประสิทธิภาพ (performance-focused) เพื่อสร้างข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ด้วยความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายทางธุรกิจและเทรนด์อุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้แบรนด์ของลูกค้าก้าวล้ำอยู่เสมอ cultural relevance จากการที่ลูกค้าของเรานั้น ต้องการเข้าถึงและ connect กับกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ ทีมงาน OMD Thailand จะช่วยให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมการบริโภค ค่านิยมทางวัฒนธรรม และเทรนด์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ท้ายสุดได้แก่ creative media solutions จากประสบการณ์อันยาวนานของเรา สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ media solutions ที่สร้างสรรค์ ทรงพลัง และสร้างแรงบันดาลใจ ดังนั้น OMD ประเทศไทย จะช่วยเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคในจุดที่ใช่ ทั้งเวลาและช่องทางที่เหมาะสม ร่วมมือกันสร้างประสบการณ์ที่ไม่เพียงช่วยกระตุ้นยอดขายในวันนี้ แต่ยังสร้างการเติบโตระยะยาวให้กับลูกค้าของเราอีกด้วย นี่คือสิ่งที่ OMD ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะทำให้พันธกิจ We Create Whats Next (เราสร้างอนาคตที่จะมาถึง) เกิดขึ้นอย่างจริงจังกับลูกค้าทุกรายในประเทศไทย ในรายงาน Network Diagnostics ฉบับล่าสุดจาก RECMA (บริษัทวิจัยประเมินอุตสาหกรรมหน่วยงานสื่อ) ซึ่งเผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 2024 OMD ได้รับการประกาศให้เป็นเครือข่ายมีเดียเอเยนซี่ระดับโลกที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด โดยถือเป็นการติดอันดับติดต่อกันเป็นครั้งที่แปดในรายงาน Diagnostics ตามที่รายงานใน Global Regional Billings Projected 2024 โดย COMvergence ซึ่งเผยแพร่ในเดือนธันวาคม 2024 OMD Worldwide เป็นเครือข่ายมีเดียเอเยนซี่ระดับโลกอันดับ 1 ตามยอด billing ทั่วโลก ที่มีมูลค่า 25.9 พันล้านดอลลาร์ (+8% YOY) การเพิ่มขึ้น 7.9% จากปี 2023 นับเป็นอัตราการเติบโตที่ดีที่สุดในบรรดาเครือข่ายมีเดียเอเยนซี่ชั้นนำทั้งห้า รวมถึงการเพิ่มขึ้นของบิลลิ่งสุทธิที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเครือข่ายมีเดียเอเยนซี่ทั้งหมด โดยมีมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา OMD, an Omnicom Media Group agency, is the worlds largest media network, with 14,000+ people working across more than 100 countries. At OMD, We Create Whats Nextdelivering creative media solutions to drive sustainable growth for the worlds leading brands. Named the best-performing global media network overall by RECMA, the highest-ranked media agency network on the Effie Effectiveness Index, and Media Network of the Year at the 2024 Cannes Festival of Media, OMD is a leader in innovation, creativity, and cultural relevance. www.omd.com
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 24 ก.พ. 68
อ่าน
ชวนเปิดแฟ้มคดี! รีวิวซีรีส์ The Monster of Florence
The Monster of Florence หรือชื่ออิตาเลียนว่า Il Mostro di Firenze คือซีรีส์อาชญากรรมที่สร้างจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดสะเทือนขวัญในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เป็นคดีจริงที่กินเวลานานหลายสิบปี และยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ไม่มีใครไขได้จนถึงทุกวันนี้ เรื่องราวถ่ายทอดบรรยากาศที่เปลี่ยวร้างในเมืองฟลอเรนซ์ ผ่านมุมมองของนักสืบ ผู้ต้องสงสัย และผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ที่มีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่ ทุกตอนเต็มไปด้วยความคลุมเครือ พร้อมกับตั้งคำถามว่า ใครคือปีศาจแห่งฟลอเรนซ์ตัวจริง ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เพียงพาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกของคดีฆาตกรรมสุดลึกลับ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงด้านมืดของมนุษย์ ความหวาดกลัวในสังคม และการตามล่าหาความจริงที่ยังไม่สิ้นสุด พร้อมหรือยังที่จะเปิดแฟ้มคดีไปด้วยกัน...มาคลายปมไปกับ รีวิวซีรีส์ The Monster of Florence ซีรีส์อาชญากรรมสร้างจากเรื่องจริง ที่ทั้งลึกลับ กดดัน และน่าติดตามจนคุณต้องดูรวดเดียวจบใน 4 ตอน! รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! ** คำเตือน เนื้อหาอาจมีสปอยล์เล็กน้อย เรื่องย่อ The Monster of Florence ซีรีส์อาชญากรรมที่สร้างจากเรื่องจริงสุดสะเทือนขวัญ ดัดแปลงจากคดี “Il Mostro di Firenze” หรือ “ปีศาจแห่งฟลอเรนซ์” เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นจริงในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ระหว่างปี ค.ศ. 1968 – 1985 เหยื่อของฆาตกรมักเป็นคู่รักที่ขับรถไปจอดในที่เปลี่ยว ก่อนถูกสังหารอย่างเลือดเย็นด้วยอาวุธปืน และในบางกรณีเหยื่อหญิงยังถูกทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม รวมถึงการเฉือนอวัยวะสำคัญ เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความหวาดกลัวและสะเทือนใจไปทั่วประเทศ จนกลายเป็นหนึ่งในคดีฆาตกรรมที่ยืดเยื้อและซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์อิตาลี ซีรีส์เล่าเรื่องผ่านกระบวนการสืบสวนที่ดำเนินมากว่าสิบปี เหมือนการงมเข็มในมหาสมุทร เพราะมีผู้ต้องสงสัยมากมาย ทั้งการจับกุมและการพิจารณาคดีที่ถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ของ “สเตฟาโน เมเล” และ “บาร์บารา” ภรรยาของเขาที่เสียชีวิตพร้อมชู้รักในรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าผู้ร้ายในซีรีส์ The Monster of Florence คดีจริงยังไม่ถูกปิด ตั้งแต่คืนสังหารคู่รักในรถยนต์ปี ค.ศ. 1968 ที่ชานเมืองฟลอเรนซ์ ไปจนถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญอีกหลายครั้งที่เกิดซ้ำในช่วงต้นทศวรรษ 1980s ตำรวจต้องย้อนรอยคดีเก่าและเปิดการสอบสวนใหม่อย่างจริงจัง เมื่อพบว่าลูกกระสุนและอาวุธที่ใช้มีความเชื่อมโยงกัน จนนำไปสู่ข้อสงสัยว่า ฆาตกรอาจมีมากกว่าหนึ่งคน อย่างไรก็ตาม แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่คดีนี้ก็ยังไม่ถูกปิด หลักฐานที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอจะชี้ชัดว่าใครคือ “ปีศาจแห่งฟลอเรนซ์” ตัวจริง ทำให้คดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่น่ากลัวและซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์อิตาลี ในอีกมุมหนึ่ง การนำเรื่องราวคดีนี้มาถ่ายทอดผ่านซีรีส์ The Monster of Florence อาจกลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญ ที่ทำให้สังคมกลับมาตั้งคำถามกับระบบยุติธรรม และตระหนักถึงผลกระทบจากความกลัว อคติ และการตัดสินกันโดยไร้หลักฐานได้อีกครั้ง ความประทับใจในซีรีส์ The Monster of Florence เป็นซีรีส์ดราม่าสืบสวนมากกว่าแนวแอ็กชันเร้าใจ โดยจุดเด่นอยู่ที่การสร้างปริศนาให้คนดูค่อยๆ คลายไปทีละชั้น เหมือนเรากำลังร่วมสืบสวนไปด้วย แต่สุดท้ายก็ยังมีบางปมที่คลายไม่สุด ทิ้งความค้างคาใจไว้พอสมควร สำหรับบรรยากาศถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมาก การถ่ายทำชนบทฟลอเรนซ์ในโทนสีมืดหม่น พื้นที่ป่า ถนนกลางคืน ทำให้เกิดความรู้สึกกดดันตลอดเวลา ทั้งแสง เงา และมู้ดของเมืองอิตาลีที่ดูสวยแต่แฝงความหลอน บอกเลยว่า “สมจริงและหลอนแบบเรียล” มากๆ นักแสดงก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง โดยเฉพาะบทตำรวจและผู้ต้องสงสัยที่เล่นได้เข้มข้นจนคนดูแทบแยกไม่ออกว่า “ใครกันแน่ที่พูดความจริง” แม้จังหวะการดำเนินเรื่องจะมีความเนิบในบางช่วง แต่กลับเล่นความคิดสับสนให้กับคนดู ซึ่งซีรีส์มักจะสลับไทม์ไลน์ เนื่องจากความไม่แน่นอนในคดี โดยรวมแล้ว ขอให้คะแนนความประทับใจอยู่ที่ 8/10 คะแนน ซีรีส์สร้างจากคดีจริงที่โด่งดังระดับโลก ถึงตอนจบอาจไม่เคลียร์เท่าที่หวัง แต่ก็ทำออกมาได้น่าลุ้น หักมุม โดยที่ทิ้งปริศนาให้ดูได้ติดตามต่อ ดูจบแบบ 4 ตอนรวดไม่เกินจริงแน่นอนค่ะ ตัวอย่าง ประเภทซีรีส์ : อาชญากรรม, ระทึกขวัญ, ความรุนแรงทางเพศ แนะนำอายุที่ควรดู : 16 ปีขึ้นไป ภาษาต้นฉบับ : ภาษาอิตาเลียน, พากย์ไทย จำนวนตอน : 4 ตอน สามารถรับชมได้ที่ : Netflix หรือรับชมได้ที่ Netflix ผ่านกล่อง TrueID TV ได้นะคะ 💕 https://www.youtube.com/watch?v=jY5je8XJWTo ถ้าคุณชอบซีรีส์อาชญากรรมที่สร้างจากเรื่องจริง (True Crime) บอกเลยว่า The Monster of Florence เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ปริศนาร้อยแปดที่ชวนตั้งคำถามว่าใครกันแน่คือฆาตกรตัวจริง และกระบวนการสอบสวนที่ยังคงค้างคาใจ อาจทำให้คุณอยากร่วมไขความจริงไปพร้อมกัน แล้วมาช่วยกันเดาว่า...ใครคือปีศาจแห่งฟลอเรนซ์ตัวจริง! ขอบคุณรูปภาพ ภาพปก / ภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 จาก NetflixIT ภาพที่4 จาก NetflixFR ขอบคุณวิดีโอ จาก Netflix The Monster of Florence | Official Trailer | Netflix จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
eyeyiiop • 28 ต.ค. 68
อ่าน
Wolves Without Teeth มิวสิควิดีโอตัวล่าสุดจาก Of Monsters And Men
Of Monsters And Men วงดนตรี indie folk จากประเทศไอซ์แลนด์ ปล่อยงานมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ล่าสุดออกมาให้ฟังกับแล้วในเพลง Wolves Without Teeth// Have you entered your #WolvesWithoutTeeth remix? Submissions end on January 1st: http://bit.ly/WWTRemix#RemixOMAMPosted by Of Monsters and Men on Monday, 14 December 2015Of Monsters And Men วงดนตรีที่มีความโดดเด่นในด้านของการเขียนเพลงที่มีความหมายลึกซึ้ง ซึ่งมีเพลงฮิตอย่าง Little Talks ซึ่งอยู่ในอัลบั้มแรก My Head Is an Animal ล่าสุดได้ปล่อยเพลง Wolves Without Teeth ซึ่งอยู่ในอัลบั้มที่ 2 ที่ใช้ชื่อว่า Beneath The Skin โดยเพลงนี้ยังได้ Magnus Leifsson ผู้กำกับมิวสิควิดีโอที่ยกทัพนักแสดงไปถ่ายMV กันถึงสนามบาสเก็ตบอลในโรงเรียนเพื่อถ่ายฉากการเต้นลีลาศซึ่งถือเป็นจุดเด่นของมิวสิควิดีโอเพลงนี้// What an overwhelming response to our #WolvesWithoutTeeth remix contest so many amazing submissions. Picking a winnerPosted by Of Monsters and Men on Friday, 15 January 2016แฟนๆ สามารถติดตามเพลง Wolves Without Teeth ของ Of Monsters And Men ได้แล้วที่ Of Monsters And Men Wolves Without Teeth (Official Video)ขอบคุณภาพจาก : facebook.com/ofmonstersandmenบทความที่คุณอาจสนใจBeneath The Skin อัลบั้มใหม่จากวง OF MONSTERS AND MEN โฟล์ค พ๊อพ จากไอซ์แลนด์Of Monsters And Men ปล่อยมิวสิกวีดีโอ Crystals จากอัลบั้มใหม่ Beneath The SkinMusic Truelife อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากลข่าว Gossip พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจและติดตามพวกเราชาว Entertainment Truelife ได้ที่นี่
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 29 ม.ค. 59
อ่าน
Beneath The Skin อัลบั้มใหม่จากวง OF MONSTERS AND MEN โฟล์ค พ๊อพ จากไอซ์แลนด์
Of Monsters And Men วงดนตรี อินดี้-พ๊อพ 4 หนุ่ม 1 สาวจากไอซ์แลนด์ พร้อมแล้วกับอัลบั้มชุดใหม่ “Beneath The Skin” ที่พวกเขาบอกว่ามีความเป็นส่วนตัว และลึกซึ้งยิ่งขึ้น หลังจากปล่อยอัลบั้มแรก “My Head Is An Animal” ในปี 2011 จากนั้น ชื่อของ Of Monster And Men ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ด้วยยอดขายมากกว่า 2 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก รวมทั้งมีเพลง ‘Little Talks’ เป็นเพลงฮิตมียอดขายระดับมัลติแพลทตินัมอีกด้วยOf Monsters And Menและหลังการออกทัวร์อย่างต่อเนื่อง “Beneath The Skin” คืออัลบั้มชุดใหม่ของ Of Monsters And Men ที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิต ความเหงา ตัวตนและจิตวิญญาณ พร้อมด้วยซาวน์ดนตรีที่อัดแน่น และเสียงร้องอันเปี่ยมด้วยอารมณ์ ที่พวกเขาโปรดิวซ์ร่วม กับ Rich Costey (Muse, Death Cab For Cutie, Foster The People และ อีกมาก) ในสตูดิโอทั้งในไอซ์แลนด์และ ลอสแอนเจลิส โดยก่อนหน้านี้ก็มีเพลง Silhouettes ถูกใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games: Catching Fire มาแล้ว แต่ว่าไม่ได้รวมอยู่ในอัลบั้มนี้Beneath The Skinเปิดตัวด้วย Crystals เป็นซิงเกิลแรก และยังสร้างความฮือฮาให้กับ Of Monsters And Men ได้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การปล่อย Lyric Video ทาง VEVO ที่มีแฟน ๆ เข้าชมได้กว่า 3.9 ล้านวิวแล้ว ต่อด้วย I Of The Storm ซิงเกิลล่าสุด Of Monsters And Men ยังสร้างงานดนตรีที่มีเอกลักษณ์ ที่ทรงพลังและงดงาม และหลังจากออกวางจำหน่าย Beneath The Skin ก็เป็นอัลบั้มอันดับ 1ใน iTunes Chart ในประเทศอเมริกา และ แคนาดาBeneath The Skin พร้อมให้แฟนๆ เป็นเจ้าของและสัมผัสความไพเราะงดงามแล้ว ทั้งในรูปแบบปกติ มีเพลงทั้งหมด 11 เพลง และแบบดีลักซ์ เอดิชัน จะเพิ่มเพลง Backyard และ Winter Sound เข้ามาด้วย พร้อมกับ เพลง Black Water (Chris Taylor of Grizzly Bear Remix) และ I Of The Storm (Alex Somers Remix)Of Monsters and Men Links :www.ofmonstersandmen.comwww.facebook.com/ofmonstersandmentwitter.com/monstersandmeninstagram.com/ofmonstersandmen/VEVO: www.youtube.com/user/OfMonstersAndMenVEVOYouTube: www.youtube.com/user/monstersandmen
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 24 มิ.ย. 58
อ่าน
อัลบั้ม My Head Is An Animal ของ Of Monsters and Men คว้ารางวัลยอดขายระดับแพลทตินั่ม
Of Monsters and Men ประสบความสำเร็จในอัลบั้มเดบิวต์ของพวกเขา My Head Is An Animal หลังจากได้รับรางวัลยอดขายระดับแพลทตินั่มจาก RIAA หลังจากพวกเขาสามารถจำหน่ายอัลบั้มไปได้มากถึง 1,000,000 ก็อปปี้ ซึ่งถือเป็นรางวัลยอดขายระดับแพลทตินั่มครั้งแรกจากการขายอัลบั้มในอเมริกาของพวกเขา Of Monsters and Men นอกเหนือจากการได้รับรางวัลในอเมริกาแล้ว พวกเขายังได้รับรางวัลยอดขายระดับแพลทตินั่มอีกทั้งในประเทศ แคนนาดา, นิวซีแลนด์, ไอร์แลนด์, ไอซ์แลนด์ และ ออสเตรเลีย โดย Of Monsters and Men ถือเป็นผู้บุกเบิกดนตรีอัลเทอร์เนทีฟโฟลค์ในไอซ์แลนด์ พวกเขาพยายามสร้างไอเดียใหม่ๆ สร้างเวทย์มนต์ให้กับอัลบั้ม My Head Is An Animal ปฏิเสธไม่ได้ว่าความน่าตื่นเต้นในเพลงของอัลบั้มนี้มีอยู่อย่างเห็นได้ชัดและคาดว่าจะได้เห็นมากกว่านี้ในอัลบั้มต่อไปของพวกเขาเร็วๆ นี้ Little Talks ซิงเกิ้ลที่มียอดขายระดับแพลทตินั่มของพวกเขา ขึ้นอันดับ 1 ใน Billboards Alternative Chart และ AAA Chart และยังติดอยู่ใน Top 40 Chart อีกด้วย รวมไปถึงมิวสิควีดิโอ ใน Youtube และ VEVO ที่มียอดวิวมากถึง 85 ล้านวิว ส่งผลให้ซิงเกิ้ลถัดมา Mountain Sound ไต่ขึ้นไปในอันดับที่ 5 ของชาร์ต Alternative ในรายการ Saturday Night Live, Late Night with Jimmy Fallon, The Tonight Show with Jay Leno Twice นอกจากนี้ พวกเขาได้ไปแสดงเพลง Little Talks และ Mountain Sound อีกด้วย เพลง Silhouettes ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games: Catching Fire ก็ยังติดชาร์ตด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เพลง Dirty Paws ผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty แสดงนำโดย Ben Stiller และ Kristen Wiig ยังถูกรับเลือกให้เป็นเพลงประกอบ Trailer ภาพยนตร์อีกด้วยติดตามความเคลื่อนไหววงการเพลง ได้อีกช่องทางที่FB : TrueMusicTW: TrueMusic
ข่าวสารวงการเพลง • 16 ม.ค. 57
อ่าน
รีวิว Monster: The Ed Gein Story (2025) ซีรีส์เจาะลึกฆาตกร!
“Monster: The Ed Gein Story” คือซีซั่นล่าสุดของซีรีส์อาชญากรรม Monster จาก Netflix ที่หันมาเล่าเรื่องของเอ็ด กีน ฆาตกรตัวจริงผู้เป็นแรงบันดาลใจให้หนังสยองขวัญระดับตำนานอย่าง Psycho และ The Texas Chainsaw Massacre ด้วยโทนเรื่องที่หม่น ลึก และกดดัน ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้พยายามแค่เล่าอาชญากรรม แต่ยังพาคนดูดำดิ่งสู่จิตใจของชายผู้โดดเดี่ยวและสับสน พร้อมตั้งคำถามว่า ปีศาจแบบเขา...เกิดจากอะไร? รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! ซีรีส์ Monster: The Ed Gein Story ซีรีส์เรื่อง “Monster: The Ed Gein Story” เป็นแนวชีวประวัติ / อาชญากรรม / จิตวิทยา ที่ได้บอกเล่าเรื่องราวแสดงให้เห็นชีวิตของ เอ็ด กีน (Ed Gein) ชายผู้โดดเดี่ยว อาศัยอยู่ในฟาร์มทุรกันดารในรัฐวิสคอนซิน ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับแม่ผู้เข้มงวด และจิตใจที่เริ่มบิดเบี้ยวไปตามกาลเวลาเมื่อโลกภายนอกไม่ได้รับรู้ถึงด้านมืดที่เขาซ่อนอยู่! MONSTER: The Ed Gein Story | Official Trailer | Netflix https://m.youtube.com/watch?v=EDBmpfbnLGk นักแสดง Monster: The Ed Gein Story Charlie Hunnam รับบทเป็น “Ed Gein” ฆาตกรผู้มีชื่อเสียงจากการลอกศพ / ขโมยซากศพและนำชิ้นส่วนมาใช้ในรูปแบบต่าง ๆ Laurie Metcalf รับบทเป็น “Augusta Gein” แม่ของ Ed Gein ตัวละครที่มีอิทธิพลทางจิตใจต่อเขามาก Suzanna Son รับบทเป็น “Adeline Watkins” เธอเป็นแฟนสาวของ Ed Gein มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ Ed สำหรับซีรีส์เรื่อง “Monster: The Ed Gein Story” เป็นซีซั่นที่ 3 ของแอนโธโลยี Monster บน Netflix ที่หันมาเจาะชีวิตของ “เอ็ด กีน (Ed Gein)” ฆาตกรและผู้ล่วงละเมิดวิญญาณแห่งยุคกลางศตวรรษที่ 20 ผู้ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละครจากหนังสยองขวัญหลายเรื่อง เช่น Psycho และ The Texas Chain Saw Massacre ซีรีส์ Monster: The Ed Gein Story นำเสนอพล็อตและธีมที่มีความลึกและเข้มข้นในด้านจิตวิทยา อาชญากรรม และความเป็นมนุษย์ที่ถูกบิดเบี้ยวจากอดีตอันเจ็บปวด โดยเนื้อเรื่องหลักเป็นการสำรวจชีวิตของ เอ็ด กีน (Ed Gein) ฆาตกรตัวจริงในประวัติศาสตร์อเมริกา ที่อาศัยอยู่ในฟาร์มโดดเดี่ยวในรัฐวิสคอนซิน ช่วงทศวรรษ 1950 เจาะลึกทั้งช่วงวัยเด็ก ที่ถูกแม่ควบคุมอย่างเข้มงวด ไปจนถึงช่วงที่เขากลายเป็นชายผู้มีพฤติกรรม “วิปลาส” ด้วยการขุดศพผู้หญิง นำมาทำเป็นของตกแต่งบ้าน หรือแม้แต่ “ชุด” จากผิวหนังมนุษย์ โดย Ed มองเพศหญิงในแบบบิดเบี้ยว และมีปมกับ "ความบริสุทธิ์" และ "บาป" ตอนแรก “Mother!” เปิดเรื่องที่ฟาร์มห่างไกลในวิสคอนซิน พร้อมเผยความสัมพันธ์ที่แปลกและเต็มไปด้วยแรงกดดันระหว่าง Ed กับแม่ของเขา เท้าสู่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ และตอนต่อมาแสดงให้เห็นว่า Ed เริ่มเผชิญภาพหลอน วิสัยทัศน์ที่น่ากลัว และความหมกมุ่นในเรื่องความตาย ซึ่งเขาแปรเปลี่ยนความเจ็บปวดภายในเป็น “งานอดิเรก” ที่มืดมน อีกทั้งเรื่องราวยังมีเส้นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้หญิงสองคนที่ Ed พัวพันด้วย เป็นการเปิดมิติในชีวิตรัก ความต้องการ ความโดดเดี่ยว และการเชื่อมโยงกับคนภายนอก ซึ่งการดำเนินเรื่องใช้ การเล่าเรื่องแบบไม่เรียงเวลา (non-linear) สลับระหว่างปัจจุบัน (การสืบสวน) กับอดีต (ช่วงวัยเด็กและช่วงก่อนถูกจับ) มี ลำดับความฝัน / ภาพหลอน ที่ทำให้ผู้ชมสงสัยว่าอะไรจริง ไม่จริง ดำเนินเรื่องช้าแต่ลึก เน้นสร้างบรรยากาศกดดัน วังเวง เหมือนหนัง psychological thriller แต่ละตอนจะค่อย ๆ เปิดเผยด้านจิตใจของ Ed และสร้างคำถามว่า “เขาเป็นปีศาจ หรือเหยื่อของสังคม?” โปรดักชันของ Monster: The Ed Gein Story ได้รับทั้งคำชมที่ใครหลายคนอวยหนักมาก! โดยหลอน สมจริงไม่ไหว รายละเอียดภาพ และการสร้างโลกยุค 1950s ทำได้แนบเนียน อาทิ ฉากริมฟาร์ม ป่า ใต้แสงมืด ความเงียบ ช่วยสร้างบรรยากาศกดดันตึงเครียดได้ดี เทคนิคการถ่ายภาพ เสียงประกอบ และการจัดแสงถูกยกให้เป็น“technically impeccable” ทุกช็อตได้รับการจัดวางเพื่อเพิ่มความรู้สึกไม่สบายใจ อีกทั้งตัวละครและการแสดงบางฉาก “หลอน” ถึงจุดที่ผู้ชมหลายคนรายงานว่าหยุดดูเพราะซีรีส์ “น่ากลัวจริง ๆ” อย่างหนุ่ม “Charlie Hunnam” ในบท Ed Gein ที่เขานั้นเป็นนักแสดงชาวอังกฤษที่รู้จักจากบทใน Sons of Anarchy และThe Gentlemen เตรียมตัวอย่างเข้มข้น เขามีการทั้งลดน้ำหนัก ปรับโทนเสียง ใช้แหล่งข้อมูลต้นฉบับ (อาทิ บันทึกตำรวจเก่า) เพื่อให้บทของ Ed Gein มี “เสียง” ที่น่าขนลุกและไม่เหมือนใคร ทำให้ใครหลายคนชมว่าเขาสามารถสวมหมวกของ Ed Gein อย่างสมจริง ทั้งการพูด น้ำเสียง สายตา และอารมณ์ที่กดทับอยู่ภายใน สำหรับ “Monster: The Ed Gein Story” เป็นซีรีส์ที่นำเสนอคดีฆาตกรรมในมุมที่ลึกและหลอนกว่าครั้งก่อน ๆ ไม่ใช่แค่เพื่อความสยอง แต่เพื่อเข้าใจ “ด้านมืดของมนุษย์” อย่างจริงจัง ด้วยการแสดงที่เข้าถึงบทบาท โปรดักชันที่หม่นและอึดอัด ซีรีส์นี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบแนว จิตวิทยา-อาชญากรรม มากกว่าแค่เลือดสาด ถ้าคุณพร้อมจะเปิดใจให้กับเรื่องราวที่อาจทำให้ไม่สบายใจ แต่สะกิดใจ เพื่อน ๆ สามารถรับชมซีรีส์เรื่อง “Monster: The Ed Gein Story” ได้แล้ววันนี้ 8 ตอนรวดทาง Netflix เล้ย! เครดิตภาพหน้าปก @netflix ภาพหน้าปก เครดิตภาพประกอบบทความ @netflix : ภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 @netflix : ภาพที่4 / ภาพที่8 / ภาพที่9 @whatonnetflix : ภาพที่5 / ภาพที่6 / ภาพที่7 เครดิตวิดีโอประกอบบทความ Netflix MONSTER: The Ed Gein Story | Official Trailer | Netflix จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
nowadaysgirl • 7 ต.ค. 68
อ่าน
{รีวิว} Monsters at Work ยินดีต้อนรับสู่บริษัทรับจ้างฮา (ไม่) จำกัด
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยภาพยนตร์การ์ตูนที่ครองใจใครหลาย ๆ คนก็มีอยู่ไม่กี่เรื่อง อย่างเรื่อง บริษัทรับจ้างหลอน (ไม่) จำกัด (Monsters, Inc.) ที่มีอยู่ 2 ภาคก็ทำให้ใครหลาย ๆ คน ตราตรึงใจแล้วชื่นชอบตัวละครในเรื่องนี้ได้ไม่ยาก อย่าง ไมค์ (Mike Wazowski) และ ซัลลี่ (James P. "Sulley" Sullivan) มันจึงเป็นการกลับมาอีกครั้งในรูปแบบซีรีส์ในปี 2021 ใน Disney + Hotstar โดยมีชื่อเรื่องว่า Monsters at Work เป็นหนังแนว Comedy(ตลก), และFantasy(แฟนตาซี) โดยมีฉายอยู่ประมาณ 10 ตอน ซึ่งใน IMDb ได้คะแนนถึง 7.1/10 คะแนน ส่วนใน Rotten Tomatoes ให้คะแนนความชอบอยู่ที่ 65% เฉลี่ยประมาณ 6.20/10 คะแนน แต่โดยส่วนตัว ได้ให้คะแนน 7/10 คะแนน โดยเรื่องราวของสองตัวละครหลักที่ได้ฉายไปแล้วใน 2 ภาค ไม่ได้เป็นจุดหลักสำคัญในเรื่อง และก็ไม่ได้รู้สึกฮาเหมือนกับ 2 ภาคแรกที่ได้ฉายในภาพยนตร์ เนื่องจากการดำเนินเรื่องจะใช้ตัวละครใหม่ อย่าง ไทเลอร์ ทัสก์มอน ที่เข้ามาเมื่อเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในบริษัทรับจ้างหลอนที่กลายมาเป็นบริษัทรับจ้างฮาแทน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก็มีฉากที่ตลกอย่าง การรับน้องในทีมของ MIFT ที่ไทเลอร์โดนการรับน้องทั้งช่วงแรกและช่วงกลาง ๆ ตอน หรือการเล่นตลกของ ไมค์ วาซอว์สกี้ ที่ไม่ว่าจะผ่านกี่ยุคกี่สมัยก็ยังเป็นตัวละครที่โดดเด่นและทำให้รู้สึกตลกทุกครั้งที่เข้ามาในแต่ละฉาก และก็มีบางฉากที่ทำให้รู้สึกประทับใจกับมิตรภาพระหว่างทีมของ MIFT (ช่างซ่อมบำรุง) ที่ไทเลอร์เข้าไปทำงานในนั้น ที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทางเพื่อนร่วมงานก็จะช่วยกันและซ่อมแซมกันจนสำเร็จ และในเรื่องของความพยายามของไทเลอร์เองที่พยายามเป็นนักตลกจนสำเร็จได้ในที่สุดท้ายของเรื่อง เรียกได้เลยว่าในเรื่องนี้ก็ไม่แพ้เท่ากับภาคก่อน ๆ อย่างแน่นอน ในส่วนเรื่องของเส้นสายและเพลงประกอบในเรื่องก็เหมือนกับภาคก่อน ๆ แต่ไม่ได้เห็นอะไรที่แหวกแนวที่จะทำให้รู้สึกตื่นเต้นสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเข้ามาดูซีรีส์เรื่องนี้ขอรับรองเลยว่าต้องทำให้ทุกท่านนึกถึงเรื่องราวของภาคก่อน ๆ ที่ทุกท่านเคยดูแล้วรู้สึกตลกและซาบซึ้งได้อย่างแน่นอนเรื่องย่อไทเลอร์ ทัสก์มอน (Tylor Tuskman) ได้รับจดหมายให้มารับงานเป็นนักหลอน ในบริษัทรับจ้างหลอน แต่เมื่อมาถึงชีวิตของไทเลอร์ ทัสก์มอนกลับพลิกตาลปัตร เมื่อไมค์ (Mike Wazowski) และซัลลี่ (James P. "Sulley" Sullivan) ได้เข้ามาดูแลกิจการโดยเปลี่ยนให้เป็น บริษัท รับจ้างฮา (ไม่) จำกัด แต่ทั้งนี้ไทเลอร์ ทัสก์มอน ก็ไม่ยอมถอดใจจึงที่จะเข้าบริษัทนี้ จึงมุ่งหวังเพื่อที่จะเป็นนักรับจ้างฮาแทน ถึงอย่างไรก็ตาม ไทเลอร์ ทัสก์มอน ก็ไม่สามารถที่จะเป็นนักฮาได้ทันที จึงถูกแต่งตั้งให้อยู่ในทีม MIFT ชั่วคราวแทน โดยในทีมจะมี วาล ลิตเติล (Val Little) ที่รู้จักไทเลอร์ ตั้งแต่อยู่ในมหาวิทยาลัย โดยในทีมของ MIFT จะสร้างเสียงฮาหลักๆให้กับพวกเราคนที่ชมกัน อย่าลืมมารับชม Monsters at Work กันด้วยนะคะตัวละครหลักไทเลอร์ ทัสก์มอน (Tylor Tuskman) ผู้ที่มีความสามารถในการเป็นนักหลอนที่เก่งกว่า ซัลลี่ แต่ชีวิตกลับตาลปัตรเมื่อ บริษัทรับจ้างหลอน (ไม่) จำกัด กลับกลายเป็น บริษัท รับจ้างฮา (ไม่) จำกัด จึงมุ่งหวังที่จะเป็นนักฮา แต่ต้องมาอยู่ในทีม MIFT หรือช่างซ่อมบำรุงแทนไปก่อนวาล ลิตเติล (Val Little) เพื่อนร่วมชั้นของ ไทเลอร์ ในมหาวิทยาลัย และเป็นนักซ่อมบำรุงแทน ของ MIFT ที่ Monsters Incorporated มีนิสัยชอบมองโลกในแง่ดี และมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานในหน้าที่เป็นอย่างมากฟรีทซ์ (Fritz) เป็นหัวหน้าทีมของ MIFT ที่ Monsters Incorporated เป็นคนที่มองเพื่อนร่วมงานและลูกน้องในทีมเป็นเหมือนดั่งครอบครัวเดียวกันไมค์ วาซอว์สกี้ (Mike Wazowski) ประธานร่วมอาวุโส รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและรองผู้อำนวยการบริหารฝ่ายบริหารของบริษัท ที่แต่งตั้งตัวเองแต่งตั้งขึ้นมาเอง และเขายังเป็นครูของในการสอนเรื่องตลกและเป็นนักเล่นตลกที่จะสร้างเสียงฮากับเด็กเพื่อเอาพลังงานอีกด้วยซัลลี่ (James P. "Sulley" Sullivan) เป็นCEO คนใหม่และเปลี่ยนนโยบายเพื่อให้ได้เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ แทน เห็นได้ชัดว่าพลิกวิกฤตด้านพลังงานสุดท้ายเรื่อง Monsters at Work ยินดีต้อนรับสู่บริษัทรับจ้างฮา (ไม่) จำกัด ก็เป็นซีรีส์การ์ตูนที่เหมาะทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ ที่ต้องคอยเอาใจช่วย และลุ้นกับทุกตอนว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างกับ ตัวเอกอย่าง ไทเลอร์ และมิตรภาพที่ดีระหว่างทีมของ MIFT รวมทั้งความน่ารักและสดใสขอเหล่าสัตว์ประหลาดทั้งหลายที่เข้ามาสร้างสีสันในซีรีส์ด้วย ทำให้หวนคิดถึงช่วงเวลาที่เคยดูจากภาคก่อน ๆ ได้ชัวร์ๆ อย่าลืมลองไปดู เรื่อง Monsters at Work กันด้วยนะคะ 😀 ขอขอบคุณข้อมูลจาก IMDb , Rotten Tomatoesรูปภาพประกอบจาก รูปประกอบที่1, รูปประกอบที่2 , รูปประกอบที่3 , รูปประกอบที่4เปิดประสบการณ์ความบันเทิงสุดหลากหลาย บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !
MLandscape • 4 ม.ค. 65
ดู
เนื้อคู่ อยากรู้ว่าใคร
ทรูวิชั่นส์ • 26 ธ.ค. 68
อ่าน
จองแฮอิน พระเอกสุดหล่อจาก Love Next Door กับเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน
หากพูดถึงซีรีส์เกาหลีในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชื่อของ จองแฮอิน (Jung Hae-In) คงเป็นหนึ่งในชื่อที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาสะอาดตา รอยยิ้มที่แสนอบอุ่น และความสามารถทางการแสดงที่โดดเด่น ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ครองใจแฟน ๆ ทั้งในเกาหลีและต่างประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบทบาทล่าสุดในซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ Love Next Door รักอยู่ประตูถัดไป ซึ่งยิ่งทำให้จองแฮอินขึ้นแท่นเป็นที่รักของแฟนซีรีส์ไปอีกขั้น เส้นทางการเป็นนักแสดงของจองแฮอิน จองแฮอินเกิดวันที่ 1 เมษายน 1988 ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เขาเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงในช่วงอายุ 20 ต้น ๆ โดยเริ่มจากการเป็นนักแสดงหน้าใหม่ในซีรีส์สั้น ๆ และละครแนวโรแมนติก ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและท่าทีที่นุ่มนวล ทำให้จองแฮอินได้รับความสนใจจากผู้ชมทันที แม้ว่าเขาจะใช้เวลาในการสร้างชื่อเสียงสักระยะ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายก็คือการแสดงในซีรีส์เรื่อง Something in the Rain (2018) ที่รับบทเป็นชายหนุ่มที่หลงรักสาวที่อายุมากกว่า ซึ่งบทนี้ไม่เพียงแค่ท้าทายความสามารถทางการแสดง แต่ยังทำให้เขาได้รับรางวัลมากมายจากเวทีต่าง ๆ ความสำเร็จที่ต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จในบทบาทของชายหนุ่มโรแมนติก จองแฮอินก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง บทบาทในซีรีส์เรื่อง D.P. (Deserter Pursuit) ที่เข้มข้นและเต็มไปด้วยความดราม่า ทำให้ผู้ชมเห็นถึงความสามารถที่หลากหลายของเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังสามารถสื่อสารอารมณ์และความซับซ้อนของตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยม บทบาทใน Love Next Door ในซีรีส์ Love Next Door รักอยู่ประตูถัดไป จองแฮอินรับบทเป็น ชเวซึงฮโย หนุ่มหล่อที่เติบโตมากับเพื่อนบ้านหญิงสาว แบซอกรยู (จองโซมิน) ซึ่งทั้งสองโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ๆ และพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนบ้านไปสู่ความรักที่ซับซ้อน บทบาทนี้ไม่เพียงแค่ทำให้ผู้ชมหลงใหลในความน่ารักและเคมีระหว่างเขากับจองโซมิน แต่ยังสะท้อนถึงความอบอุ่นและความจริงใจที่เป็นเอกลักษณ์ของจองแฮอิน สิ่งที่ทำให้บทบาทของจองแฮอินในเรื่องนี้โดดเด่นก็คือการที่เขาสามารถทำให้ตัวละครที่ดูเรียบง่ายมีมิติที่น่าสนใจ ทั้งการแสดงออกถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจ การทำให้ผู้ชมเห็นถึงความสัมพันธ์ที่เติบโตอย่างช้า ๆ และมีอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน จนทำให้ผู้ชมหลายคนอดไม่ได้ที่จะหลงรักตัวละครของเขา เสน่ห์ที่ทำให้จองแฮอินกลายเป็นที่รัก เสน่ห์ของจองแฮอินไม่ได้อยู่ที่หน้าตาที่หล่อเหลาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงบุคลิกที่อบอุ่นและถ่อมตัวของเขาด้วย จากการสัมภาษณ์หลายครั้ง แฮอินมักพูดถึงความสำคัญของการทำงานหนักและการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เขามีท่าทีที่สุภาพและเป็นกันเอง ซึ่งทำให้แฟนคลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ใช่เพียงแค่นักแสดงระดับท็อปของวงการ ในมุมมองของผู้เขียน ความน่าหลงใหลของจองแฮอินอยู่ที่ความจริงใจของเขา เขาไม่เคยพยายามที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราหรือยิ่งใหญ่ แต่กลับนำเสนอความเป็นธรรมชาติในทุกบทบาทที่เขาแสดง การที่เขาสามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันเป็นสิ่งที่จองแฮอินทำได้ดีเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นบทโรแมนติกที่ทำให้หัวใจเต้นแรง หรือบทดราม่าที่ทำให้เราน้ำตาไหล จองแฮอินได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นนักแสดงที่ครบเครื่องและสมควรได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง สรุป ด้วยความสามารถและเสน่ห์ที่เขามี แฟน ๆ ต่างเฝ้ารอที่จะได้เห็นผลงานใหม่ ๆ ของจองแฮอินในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นบทบาทแนวไหน ผู้ชมก็พร้อมที่จะสนับสนุนและติดตามการเติบโตของเขาในวงการบันเทิง หากคุณยังไม่เคยสัมผัสผลงานของจองแฮอิน เรื่อง Love Next Door รักอยู่ประตูถัดไป เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดเลย จองแฮอินไม่ใช่เพียงแค่นักแสดงที่มีหน้าตาดีเท่านั้น แต่เขายังเป็นตัวแทนของการทำงานหนัก ความตั้งใจ และความซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเขา ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รักของผู้ชมทั้งในเกาหลีและทั่วโลก ภาพประกอบ : 1 2 3 4 ภาพปก : CJnDrama/@@CJnDrama จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !
chananya • 13 ก.ย. 67
อ่าน
ในที่สุดปล่อย MV Monster แบบไม่แกง! ผลงานของ Irene & Seulgi
สิ้นสุดการรอคอย MV เพลง Monster จากสองสาวคาริสม่าแรงอย่างไอรีนและซึลกิ จากวง Red Velvet ที่อยู่ภายใต้ของบริษัท SM ของเกาหลีใต้ ค่ายสีชมพูของเรานั้นเอง อยากจะบอกว่าจีตื่นเต้นมากในการดู MV เพราะตอนปล่อยโปสเตอร์ Monster ก็ทำให้ใจแทบจะวายแล้วเพราะฉีกคอนเซปน่ารักสดใสแหวกๆ อย่าง Red velvet ที่ฝากผลงานน่ารักๆไว้ เช่นเพลง Icecream cake ที่น่ารัก ซึ่งหลังๆ SM ของเราก็วางทำให้หลังๆมีแต่เพลงแนว Bad boy หรือล่าสุด Psycho ฉีกกฏสุดๆ เรามาเริ่มมารีวิวไปพร้อมๆกันเลย รีวิวความเห็นส่วนตัวล้วนๆจากใจลัฟวี่คนนี้1.คอนเซป MV ลูกเล่นแบบ cinematic monster Cinematic คือการถ่ายที่ออกแนวภาพยนตร์มีความชัดเจนสูงมากจากหลายๆฉากใน MV ทั้งภาพและการเล่นมุมกล้อง ความกว้างเอยอะไรเอย ทำให้มีความ monster และมีกลิ่นอายของ Ahs อยู่หน่อยๆ ซึ่งองค์ประกอบจะออกแนวคล้ายกับหนังสยองขวัญ ทำให้คนชมมีความหลอนๆตามคอนเซป Monster2.การเล่นแสงของ MV เป็นแนวนีออนที่สีจะสด Colorful nightmare การเล่นแสงที่เป็นสีสดๆ แต่ให้อารมณ์น่ากลัวๆ ผู้กำกับทำได้ดีมาก การเล่นแสงไฟนีออนใน MV ไม่ใช่แค่การถ่ายให้มันมืดเท่านั้น แต่ผู้กำกับได้ใช้แสงในการเล่นกับความรู้สึกคนดูด้วย ซึ่งหนังสยองขวัญหลายๆเรื่องก็มีการใช้แสงแบบนี้ในตอนกลางคืนเพื่อเพิ่มลูกเล่นแลพความน่าสนใจของผลงานนั้นๆ3.ท่าเต้นความ monster เนื่องจากคอนเซป Monster ทุหคนต้องนึกถึงอะไรที่มันประหลาดๆ แปลกมนุษย์ ซึ่งคนคิดท่าเต้น อยากจะบอกว่าเลิศมาก ทั้งท่าที่ต่อกันเหมือนแมงมุมหรือตัวอะไรสักอย่าง หรือท่าที่ค่อนข้างใช้ความอ่อนตัวค่อนข้างเยอะ ทำให้คนดูรู้สึกว่า Monster จริงๆ ท่าตอนจบก็เป็นท่ากางขาเหมือนตัวประหลาดหรือมองเหมือนแมงมุมก็มองแบบนั้นได้ ให้ 10 เต็มไปเลยกับคนออกแบบท่าเต้น ซึ่งการออกแบบท่าที่มันโครตจะออกแนวแบบประหลาดๆตามคอนเซปที่แฝงไปคาริสม่าดาเมจจิตๆ Psycho หน่อยๆ4.MV เล่นภาพสะท้อน เหมือน MV เล่นภาพสะท้อนเพื่อแสดงตัวตนที่เหมือา Monster ที่สามารถแยกออกมาเป็น 2 ร่างได้ ท่อนที่ 'ใต้แสงไฟดวงเดียว แต่ปรากฏสองร่าง' ทำให้น่าจะมีความสื่อออกมาแนวนี้ ซึ่งทั้งสองคนสวยมาก สื่ออารมณ์กันเองได้ดีมาก5. CG พี่เบ ใครสะดุ้งท่อนนี้บ้าง แบบดู MV เรื่อยๆหลอนๆตัวเอง แล้วก็สะดุ้ง อุ้ย ตกใจ SM ร้ายมากที่แฝง CG เปลี่ยนหน้าจากพี่เบคนสวยมาเป็น Monster ใครได้ดูฉากนี้ บอกได้คำเดียว'SM รู้แล้วว่า Monster โอ้ยยยย!!' ใครที่อยากดู MV Monster เต็มๆ ไปดูกันได้แล้วนะ ปั่นวิวให้สาวๆด้วย เห็นถึงความตั้งใจทั้งการออกแบบท่าเต้น ออกแบบ MV ออกแบบคอนเซป ไหนจะมี CG อีก ดีงามไปหมดMV เต็ม : https://youtu.be/Ujb-gvqsoi0 ขอขอบคุณรูปภาพปก / ภาพประกอบที่ 1 / ภาพประกอบที่ 2 / ภาพประกอบที่ 3 / ภาพประกอบที่ 4 /ภาพประกอบที่ 5 /ภาพประกอบที่ 6 จากช่อง Youtube @SMTOWN
Jehoneyje • 7 ก.ค. 63
อ่าน
Of Monsters And Men ปล่อยมิวสิกวีดีโอ Crystals จากอัลบั้มใหม่ Beneath The Skin
หลังจากเปิดตัวซิงเกิ้ลแรกอย่าง Crystals เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มศิลปินโฟล์คป๊อป ระดับแนวหน้าจากไอซ์แลนด์ Of Monsters And Men ประกาศปล่อยมิวสิกวีดีโอ Crystals จากอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า Beneath The Skin ที่กลับมาพร้อมกับซาวนด์ดนตรีแน่นๆ ในธีมที่ดาร์คกว่าเดิม โดยจะวางจำหน่ายอัลบั้มภายในวันที่ 9 มิถุนายนนี้โดยมิวสิกวีดีโอนี้ กำกับโดย Arni Kinski ซึ่งถ่ายทำกันในบ้านเกิดของพวกเขาที่ ไอซ์แลนด์ ในมิวสิกวีดีโอใหม่นี้ พวกเขาได้กล่าวว่าการที่พวกเราได้ร่วมงานกับผู้กำกับและทีมงานคนไอซ์แลนด์ ช่วยสร้างสีสันใหม่ๆ และยังทำให้บรรยากาศการทำงานผ่อนคลายขึ้น และนี้ก็ถึงเวลาแล้วสำหรับมิวสิกวีดีโอนี้ พวกเราหวังว่าแฟนๆ ทุกคนจะหลงรักผลงานครั้งนี้ชมมิวสิควีดีโอ Crystals ที่นี่Crystals ยังคงสร้างกระแสให้กับ Of Monsters And Men ได้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ การปล่อย Lyric Video ทาง VEVO ที่สร้างยอดเข้าชมได้กว่า 2.5 ล้านวิว และตอกย้ำด้วยวีดีโอเพลง I Of the Storm ที่ตามมาติดๆ ซึ่งทำให้ตอนนี้ยอดวิวโดยรวมของ Of Monsters And Men ไต่ไปได้ถึง 200 ล้านวิวเลยทีเดียวและที่มากไปกว่านั้น ทั้วร์ที่จะเกิดขึ้นในอเมริกาก็ได้ขายบัตรหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมแสดงโชว์เพลงใหม่ครั้งแรกแบบใกล้ชิด และพวกเขายังไปโชว์แสดงสดตามงานเทศกาลต่างๆ อย่าง Sasquatch, Lollapalooza, Austin City Limits OF MONSTERS AND MEN เดินทางสู่เส้นทางสายดนตรีมาได้ไกลทีเดียว จากบ้านเกิดของพวกเขาในไอซ์แลนด์ พวกเขาได้สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ในปี 2011 ด้วยเพลง ‘Little Talks’ ซิงเกิ้ลที่มียอดขายระดับมัลติแพลทตินัท และเดบิวต์อัลบั้มท๊อปชาร์ท My Head Is An Animal มียอดขายมากกว่า 2 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลกนับตั้งแต่นั้นมา พวกเขาได้แสดงสดในเฟสติวัลหลายต่อหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Lollapalooza, Bonnaroo, Coachella, Newport Folk Festival, Osheaga, Glastonbury, Reading and Leeds, Pukkelpop, และ Splendour in the Grass รวมทั้งโชว์ที่บัตรขายหมดเกลี้ยงอีกนับไม่ถ้วนทั่วโลก พวกเขายังได้ไปเยือนรายการโทรทัศน์ชั้นนำอย่าง The Tonight Show with Jay Leno (twice), Late Night with Jimmy Fallon, The Graham Norton Show และ Saturday Night Live[Pre-Order] พรีออเดอร์อัลบั้ม Beneath The Skin ได้แล้ววันนี้ทาง iTunes Deluxe album: http://apple.co/1GYIR0DStandard album: http://apple.co/1RxJwKgOf Monsters and Men Links www.ofmonstersandmen.comwww.facebook.com/ofmonstersandmentwitter.com/monstersandmeninstagram.com/ofmonstersandmen/VEVO: www.youtube.com/user/OfMonstersAndMenVEVOYouTube: www.youtube.com/user/monstersandmenSnapchat:helloomam
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 17 พ.ค. 58
ดู
เนื้อคู่ The Final Answer
ทรูวิชั่นส์ • 26 ธ.ค. 68
อ่าน
WINDOW ฤกษ์ดีเข้าเทรด SET พรุ่งนี้ ตอกย้ำผู้นำ Innovation Window and Door System
#ทันหุ้น - "WINDOW" พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET)25 ต.ค. นี้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Innovation Window and Door System ด้านผู้บริหาร "ธนินทร์ รัตนศิริวิไล" แม่ทัพใหญ่ มั่นใจปัจจัยพื้นฐานแกร่ง ชูจุดเด่น ผู้นำด้านการผลิต-จำหน่ายผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างที่ทำจากอลูมิเนียมและยูพีวีซี ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบสำเร็จรูป-สั่งผลิต ภายใต้ตราสินค้าบริษัท-คู่ค้า พร้อมครองใจตลาดทั่วประเทศ พร้อมก้าวสู่การเป็นหุ้นผู้ผลิตประตูและหน้าต่างเจ้าแรกที่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนายธนินทร์ รัตนศิริวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินโดว์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ WINDOW เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความพร้อมสำหรับนำหุ้น WINDOW เข้าจดทะเบียนและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันพรุ่งนี้ (25 ตุลาคม 2566) เป็นวันแรกในหมวดธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง/วัสดุก่อสร้าง โดยมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากบริษัทฯ มีศักยภาพในการเติบโต และฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยทีมผู้บริหารมีความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนทั้งนี้จุดเด่นของหุ้น WINDOW คือ การเป็นบริษัทผู้นำด้านการผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างที่ทำจากอลูมิเนียมและยูพีวีซี โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบสำเร็จรูปและแบบสั่งผลิต ภายใต้ตราสินค้าที่เป็นของทางบริษัทฯ และของคู่ค้า โดยมีผลการดำเนินงานรายได้เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานในช่วงปี 2563-2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 747.50 ล้านบาท 835.51 ล้านบาท และ 913.35 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 73.10 ล้านบาท 99.28 ล้านบาท และ 74.52 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรก ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 526.88 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 42.05 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวม 536.02 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 64.56 ล้านบาทสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตราสินค้าของบริษัทฯ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า วินโดว์ เอเชีย (Window Asia) วินด์เฟม (Wind Fame) เฟรมเม็กซ์ (FRAMEX) และเอ็นโซ (Enzo) ซึ่งทั้งนี้ ตราสินค้าของบริษัทฯ ทั้ง 4 ตราสินค้า โดยมีความแตกต่างกันดังนี้ 1."Window Asia" (วินโดว์ เอเชีย): เป็นตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างของบริษัทฯ ที่วางจำหน่ายในร้านค้าวินโดว์ เอเชีย ช่องทางออนไลน์ของบริษัทฯ และร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ (Modern Trade) 3 ราย ได้แก่ โฮมโปร ("Homepro") เมกาโฮม ("Megahome") และบุญถาวร2."Wind Fame" (วินด์เฟรม): เป็นตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างของบริษัทฯ ที่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ 1 ราย คือ ดูโฮม ("DoHome")3."Framex" (เฟรมเม็กซ์): เป็นตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างของบริษัทฯ ที่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ 1 ราย คือ ไทวัสดุ ("Thai watsadu")4."Enzo" (เอ็นโซ): เป็นตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างที่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ 1 ราย คือ โกลบอลเฮ้าส์ ("Global House")"ปัจจุบันบริษัทฯ เน้นการสร้างตราสินค้า "Window Asia" ซึ่งมีความสอดคล้องกับชื่อของบริษัทฯ ให้เป็นที่รู้จักในตลาดมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บริษัทฯ สามารถประชาสัมพันธ์ตัวบริษัทฯ ไปพร้อมกันกับการประชาสัมพันธ์ตราสินค้า โดยเมื่อลูกค้าและผู้บริโภคเห็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า "Window Asia" ก็สามารถเชื่อมโยงได้ว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างมาอย่างยาวนาน" นายธนินทร์ กล่าวสำหรับสินค้าส่วนใหญ่จัดจำหน่ายให้แก่ร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ (Modern trade) ที่มีสาขาครอบคลุมพื้นที่เกือบทุกจังหวัดในประเทศ และร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิม (Traditional trade) ที่มีร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่เป็นของตนเองในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ กว่า 308 สาขา และร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิมในทุกภูมิภาคของประเทศประมาณ 345 ราย ส่งผลให้บริษัทฯ มีช่องทางการวางจำหน่ายกว่า 653 แห่งทั่วประเทศนอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ยังมีวางจำหน่ายผ่านร้านค้าวินโดว์ เอเชีย ("Window Asia Shop") ซึ่งเป็นหน้าร้านของบริษัทฯ หรือช่องทางออนไลน์ (Online) ของบริษัทฯ บนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เช่น หน้าเว็บไซต์ (Website) เฟซบุ๊ก (Facebook) บัญชีไลน์ ออฟฟิเชียล (LINE Official Account) ลาซาด้า (Lazada) ช้อปปี้ (Shopee) และน็อคน็อค (NocNoc) เป็นต้น"บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ" นายธนินทร์ กล่าว นางสาวเศรษฐลักษณ์ ณรงค์วโรดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า จุดเด่นของหุ้น WINDOW คือ เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างสำเร็จรูปเจ้าแรกที่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ WINDOW ยังเป็นผู้นำด้านช่องทางการจัดจำหน่ายและเป็นผู้นำด้านการให้บริการ โดยวินโดว์ เอเชีย เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียว ที่กล้ารับประกันประตูและหน้าต่างตลอดอายุการใช้งาน ทำให้ครองใจตลาดมาอย่างยาวนาน สำหรับการเข้าระดมทุนใน SET ของ WINDOW ครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายในด้าน 1. ลงทุนก่อสร้างอาคารโรงงานใหม่ และจัดซื้อเครื่องจักร และเครื่องมือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพิ่มพื้นที่ในการผลิตงานทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ประเภทอลูมิเนียมและยูพีวีซี เพิ่มพื้นที่จัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป และเพิ่มพื้นที่ในการจัดเตรียมงานจัดส่งสินค้า สำหรับรองรับการขยายตัวทางธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต 2. ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และ 3. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ โดยเชื่อมั่นว่านักลงทุนจะให้การตอบรับที่ดี และสนับสนุนให้ WINDOW ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างที่ทำจากอลูมิเนียมและยูพีวีซี โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบสำเร็จรูปและแบบสั่งผลิต ภายใต้ตราสินค้าที่เป็นของทางบริษัทฯ และของคู่ค้า เพื่อสร้างผลประกอบการเติบโตมั่นคงและก้าวเป็นบริษัทมหาชนอย่างภาคภูมิใจ นางสาววีรยา ศรีวัฒนะ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ( Lead Underwriters) เปิดเผยว่า การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ครั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพฐานทุนให้แข็งแกร่ง และต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้พร้อมตอบสนองความต้องการได้ดีขึ้น ยิ่งทำให้คาดว่าหุ้น WINDOW จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เห็นได้จากการกระจายหุ้น IPO จำนวน 244.2 ล้านหุ้น ราคา IPO ที่ 2.10 บาท มีนักลงทุนให้ความสนใจเข้าจองซื้อหุ้นจำนวนมาก เป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อธุรกิจของ WINDOW และมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต
ทันหุ้น • 24 ต.ค. 66
อ่าน
รีวิว Godzilla: King of the Monsters ก็อดซิลล่า 2 ราชันแห่งมอนสเตอร์
สวัสดีครับ วันนี้จะมารีวิว Godzilla: King of the Monsters ก็อดซิลล่า 2 ราชันแห่งมอนสเตอร์หนังที่อยู่คู่กับวงการภาพยนตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยใส่ชุดยางแสดงจนถึงปัจจุบันที่ใช้ซีจีล้วน ๆ cr.https://www.majorcineplex.com/news/avengers-vs-godzilla-comicsที่เอาเรื่องนี้มารีวิวก็เพราะว่าส่วนตัวก็เป็นลูกค้าทรูอยู่แล้ว พอเลื่อน ๆ ก็ไปเจอหนังเรื่องนี้ครับ หากใครที่ลังเลอยู่ก็สามารถมาอ่านรีวิวของผู้เขียนในการประกอบในการตัดสินใจก็ได้ครับ เนื้อเรื่องที่ทางผู้เขียนสรุปมามีดังนี้ องค์กรโมนาร์ชที่กำลังศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตยุคก่อนที่ปัจจุบันเรียกว่าไคจู ซึ่งประกอบไปด้วยตัวหลัก ๆ ดังนี้ ก็อตซิลล่า กิโดร่า โรแดน มอธร่า ซึ่งมีอยู่มาวันหนึ่งมีกลุ่มคนที่คิดจะจัดสมดุลโลกอีกครั้งโดยใช้เหล่าไคจูที่หลับไหลอยู่ เนื้อเรื่องก็ประมาณนี้ครับ ส่วนใหญ่หนังเน้นไปที่การต่อสู้กันของไคจูมากกว่าเนื้อเรื่อง ถ้าจะดูเอามันส์นี่คงจะเป็นหนังที่ตอบโจทย์มาก ๆ ถ้าเอาเนื้อก็เปลี่ยนเรื่องได้เลย หนังเรื่องนี้คงไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่cr.https://www.majorcineplex.com/news/ghidorah-power-originแต่พอดูหนังในช่วงแรกส่วนตัวผมก็คิดว่าน่าเบื่อจนเผลอหลับไปบ้างก็มีครับ แต่พอเข้าไปช่วงกลาง ๆ ของหนังหลังจากปลุกเหล่าไคจูแล้ว หนังก็สนุกขึ้นมากครับ การเซ็ตฉากในหนังนี่ก็ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ สมจริงสุด ๆ แต่บางฉากก็ทำผมน้ำตาคลอได้เลยครับ [ ส่วนนี้อยากให้คนอ่านไปดูในหนังเองมากกว่านะครับ ] สิ่งที่ประทับใจสุด ๆ ก็คงจะเป็นฉากการต่อสู้ของเหล่าไคจูนี่แหละที่เป็นตัวชูโรง โดยเฉพาะคู่ก็อตซิลล่ากับกิโดร่าที่สู้กันดุเดือดมาก ๆ จนแทบลืมกระพริบตาเลยครับ ส่วนซีจีในหนังเรื่องนี้ไม่ต้องอธิบายเลยครับ เนียนตามาก ๆ ยิ่งเหล่าไคจูนี่ไม่มีลอยเลยแม้แต่นิด ฉากเมืองต่าง ๆ ก็เนียนตาเหมือน ถ้าเทียบกับหนัง มาเวลเรื่องนี้ซีจีชนะขาด ยิ่งรายละเอียดบนตัวไคจูนี่ไม่ต้องพูดเลย เกล็ดเป็นเกล็ด ซีจีมันดีจนเหมือนเหล่าไคจูในหนังมันมีชีวิตจริง ๆ ยังไงยังงั้นแหละครับ ส่วนนักแสดง อันนี้พูดตรง ๆ เลยนะครับมีคนที่ทางผู้เขียนรู้จักคนเดียวก็คงจะเป็นน้อง มิลล์ บ็อบบี บราวน์ ที่ฝากผลงานไปกับหนังเรื่อง สเตรนเจอร์ ธิงส์ ไปแล้ว ซึ่งส่วนการแสดงของน้องคือดีมากครับ ส่วนคนอื่น ๆ เรื่องการแสดงไม่เป็นสองรองใครเหมือนกันครับ ส่วนตัวคิดว่าทุนสร้างคงเน้นไปทางซีจีมากกว่าการที่จะดึงคนดัง ๆ มาแสดงcr.https://www.majorcineplex.com/news/about-mothra-godzilla-2ภาพยนตร์ : Godzilla: King of the Monsters ก็อดซิลล่า 2 ราชันแห่งมอนสเตอร์ความสนุก : 10/10 แค่ได้ดูเหล่าไคจูสู้กันก็คุ้มแล้วครับกราฟฟิก : 10/10 การใช้ซีจีในหนังเรื่องนี้จัดเต็มสุด ๆ หาที่ติไม่ได้เนื้อเรื่อง : 6/10 เนื้อเรื่องออกไปทางน่าเบื่อ แถมเนื้อเรื่องยังกลวงสุด ๆบทสรุป : 9/10 โดยรวม คิดว่าเป็นหนังที่เหมาะแก่การดูสบาย ๆ เบาสมองมากกว่า ถ้าดูแล้วใช้สมองคงจะไม่สนุกแน่ ๆ เพราะภาคนี้ไม่ได้เน้นเนื้อเรื่องเลยสักนิด ช่องทางในการดู สามารถดูได้ใน true id ได้เลยครับ พากย์ไทยสวัสดีครับ
นักรีวิวที่ผ่านทางมา • 3 มี.ค. 63
อ่าน
NrsportsRadio ครีเอเตอร์ และ อินฟูเอนเซอร์ยุคใหม่ จาก The NEXT
NrsportsRadio ครีเอเตอร์สายกีฬาแท้ ติด 1 ใน 50 ครีเอเตอร์ และอินฟูเอนเซอร์ยุคใหม่ จาก The NEXT ออนไลน์สเตชั่น ไม่ได้มีดีแค่ครีเอเตอร์สายเกมเท่านั้น ล่าสุด ทางเวปไซต์ RainMaker เวปไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เผย The NEXT 50 ครีเอเตอร์ และอินฟูเอนเซอร์ยุคใหม่ สู่ผู้นำ Next Trend คอนเทนต์โลกออนไลน์ ซึ่งช่อง NrsportsRadio หนึ่งในครีเอเตอร์สายกีฬา ภายใต้สังกัดออนไลน์สเตชั่น ก็ถูกยกให้เป็น 1 ใน 50 ครีเอเตอร์คลื่นลูกใหม่ของโปรเจค The NEXT และเป็นครีเอเตอร์สายกีฬาแท้เพียงหนึ่งเดียวอีกด้วย The NEXT เป็นโปรเจคที่เวปไซต์ RainMaker เผย50 ครีเอเตอร์ และอินฟูเอนเซอร์ยุคใหม่ ที่ปรับตัวตามทันโลกทันสมัย และก้าวข้ามกรอบของตัวเองไปสู่โลกแห่งใหม่ เพื่อผลักดันคอนเทนต์ไปสู่ผลงานที่สร้างสรรค์ นอกจากช่อง NrsportsRadio แล้วยังมีครีเอเตอร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย อย่าง BOTCASH,Jomquan, Nanake555, Powerpuff Gay, ไหน เล่า ซิ๊ และ 4EVE เป็นต้น ช่อง NrsportsRadio ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 1.03 ล้านคน ด้วยสไตล์การพากย์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ "นิค" นิกร วิศวะไชยพันธ์ ที่ความฮาต้องมาพร้อมสาระ เริ่มจากการพากย์บอลบนวิทยุออนไลน์จนพัฒนามาเป็นช่อง NrsportsRadio บนแพตฟอร์มยูทูป เพื่อให้เขากับยุคของโลกออนไลน์ และตั้งใจที่จะสร้างคอมมูนิตี้เอาใจคอบอล ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า "ให้เราดูบอลเป็นเพื่อนคุณ" บวกกับคอนเทนต์ที่หลากหลายทำให้ช่อง NrsportsRadio เป็นอีกหนึ่งช่องกีฬาที่เข้าไปอยู่ในใจใครหลายๆคน นอกจาก นิค ยังผลิตคอนเทนต์เกี่ยวกับฟุตบอลแล้ว นิค เองยังเป็นหนึ่งในทีมพิธีกร รายการ "Live Score" ที่เป็นตัวแทนแฟนหงส์แดง ร่วมกับอินฟูเอนเซอร์ฝีปากกล้าอย่าง ป๋อง - กพล, แตงโม -พงษ์พิสุทธิ์ และ ฟลุ๊ค -ธีรยุทธ อีกด้วย และยังเป็นพิธีกร "เทพนอกสนาม" คู่กับ เบล-ขอบสนาม รายการที่วัดความเป็นเทพตัวจริงในกีฬาฟุตบอล ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.ทางช่อง True Sport network และด้วยความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลแล้ว นิค ยังตั้งทีม FIFA Online ในนาม Nr sport Team อีกด้วย แฟนๆ สามารถติดตามคอนเทนต์สนุกๆ เรื่องราวของฟุตบอลที่ได้ความฮาพร้อมสาระจากช่อง NrsportsRadio ได้ที่ : https://bit.ly/OS_NRsport ----------------------------------------------- ข่าวที่เกี่ยวข้อง FristOne กับก้าวใหม่ กับตำแหน่งกัปตันทีม PSG Esport RoV 60 แคปชั่นฟุตบอล 2022 แคปชั่นวาเลนไทน์ แคปชั่นอ่อย แคปชั่นอกหัก โดนใจสายกีฬา ----------------------------------------------- ดูสด ดูฟรี ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ... พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น โหลดเลย!! รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ คลิกที่นี่ อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณคลิกเลย!!หรือ กด *301*32# โทรออก หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด*301*36#โทรออก มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะ ตามประสาคนรักกีฬากันได้ที่ TrueID Community คลิกเลย!
ไลฟ์สไตล์ • 5 ก.พ. 65
อ่าน
รู้จัก N1 NexT1DE ศิลปินใหม่ รายการ CHUANG Asia S2
สิ่งที่รอคอยหลังจากติดตามชมการแข่งขัน รายการไอดอลเซอร์ไววัล "CHUANG Asia S2" ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขัน 60 คน จาก ไทย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, อเมริกัน และแคนาดา ก็คือจะมีใครบ้างที่ได้เป็น 7 คน ที่ประสบความสำเร็จ ได้เดบิวต์ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งในที่สุดวันเวลานั้นก็มาถึง เชื่อว่าเป็นที่ถูกใจของหลาย ๆ คนหากว่าผู้เข้าแข่งขันที่เราเชียร์เป็น 1 ใน 7 คนนั้น สำหรับคนที่ผิดหวังก็ยังมีโอกาสในครั้งต่อ ๆ ไป ว่าจะกลับมาเข้าสู่การแข่งขันครั้งใหม่ไหม หรือว่าเลือกเส้นทางสายอื่นไปแล้ว อย่างเช่น "หู เย่เทา" ที่ไม่ได้เดบิวต์ในการแข่งขันครั้งก่อน กลับมาแข่งขันอีกครั้ง และมาถึงเส้นทางฝันตามที่ตั้งใจไว้ ได้มาเป็นสมาชิกวง "N1 NexT1DE" (เน็กซ์ไทด์ เอ็น ที วัน) ร่วมกับ ดรณ์, ไทโอ, เซิน, โอมาร์, ฉง และ เหยาจื่อห่าว เรามาทำความรู้จักพวกเขากันค่ะ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! 1. DORN ดรณ์ กร คุ้มราช "ดรณ์" หรือ "กร คุ้มราช" ผู้ที่โดดเด่น ทำผลงานในช่วงของการแข่งขันได้ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เริ่มตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในรายการที่เต้นตีลังกาถอยหลังโชว์ เป็นผู้เข้าแข่งขันที่สำหรับเราแล้วติดตามเป็นพิเศษ ด้วยว่าเราติดตาม "ปอนด์ ณราวิชญ์" ดูคลิปเต้นของเขามาโดยตลอด และดรณ์ก็เป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ร่วมเต้นอยู่กับปอนด์ ซึ่งความสามารถในการเต้นของดรณ์ก็โดดเด่นมาก ๆ เป็นนักกีฬาเชียร์ฮิปฮอปทีมชาติไทยสมาชิกทีม The Zoo and Awesome ที่ไปได้แชมป์โลกหรียญทองประเภทดับเบิ้ลเชียร์ฮิปฮอป "ICU WORLD CHAMPIONS 2022" จากการแข่งขันชิงแชมป์โลก มืองออร์แลนโด สหรัฐอเมริกา และยังเป็นนักเต้นสตรีตแดนซ์และฮิปฮอปที่มีรางวัลการันตีความสามารถมากมาย รวมทั้งการเป็นแดนเซอร์ให้เหล่าศิลปินดัง ๆ อีกด้วย ติดตาม "ดรณ์" IG : dornkhumraj 2. THI-O ไทโอ ทัมม ควรทรงธรรม "ไทโอ" เป็นหนุ่มไทยที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีกันอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยมีผลงานเพลง เป็นศิลปินเดียวที่มีความสามารถทั้งการทำงานเบื้องหลังและเบื้องหน้า เป็นทั้งนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และนักร้องในขณะเดียวกัน ย้อนกลับไปก่อนมาร่วมแข่งขัน CHUANG Asia S2 ไทโอเคยเข้าร่วมแข่งขัน World Championships of Performing Art รายการเซอร์ไวเวอร์ไอดอล "THE TWO" Duo Boy Project ซึ่งเขาได้คว้าแชมป์พร้อม "ติวเตอร์ วีรฤทธิ์' และได้มีผลงานเพลงซิงเกิล "Move On" ช่วงปี 2023 เป็นคู่ดูโอที่ได้รับการชื่นชมอย่างมาก ๆ ว่าทั้งร้อง ทั้งเต้นครบเครื่องสุด ๆ และเมื่อมาเป็นศิลปินเดี่ยว ยิ่งโชว์ให้เห็นถึงความสามารถของไทโออย่างมาก และการมาเป็นสมาชิกวง N1 NexT1DE ในครั้งนี้ก็คาดหวังได้เลยว่าจะได้เห็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งความความฝันที่ไทโออยากทำก็คือการเป็นโปรดืวเซอร์ และ Vocal ของวง ติดตาม "ไทโอ" IG : thiothamm 3. หู เย่เทา "หู เย่เทา" เป็นผู้เข้าแข่งขันที่เราเชียร์ ตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยว่าเห็นฝีมือในการร้องและเต้นมาตั้งแต่การแข่งขัน Chuang 2021 ซึ่งหลังจากพลาดที่จะเดบิวต์ในครั้งนั้นเย่เทาก็ไม่เคยหยุดที่จะก้าวตามเส้นทางความฝันของตนเอง และประสบความสำเร็จยอดเยี่ยมในครั้งนี้ ชอบการประกาศตัวอย่างมุ่งมั่นของเย่เทาในวันที่ให้สัมภาษณ์สื่อหลังจากเป็นสมาชิกวง N1 NexT1DE ว่า พวกเขาเป็น 7 คนที่เป็นสมาชิกวงได้เดบิวต์ด้วยกัน ก็จะทำให้พวกเขา 7 คน ดังเหมือนแค่เป็นหนึ่งเดียว ที่จะทำให้เป็นที่ 1 ได้ เหมือนเลขหนึ่งที่อยู่ในชื่อวง ที่จะดังไปในระดับโลก ซึ่งเรารอที่จะสนับสนุนทุก ๆ ผลงานของพวกเขาหลังจากนี้ และรอติดตามเลยว่าเย่เทาจะโชว์สีผม ทรงผมสไตล์ให้ชมกันบ้าง เพราะเชื่อเลยว่าจะต้องว้าวววอย่างแน่นอน ติดตาม หู เย่เทา IG : h_yetao 4. เซิน "เซิน" หรือ "เซินอี้เซิ่ง" จากประเทศจีน ฝึกฝนทั้งร้องทั้งเต้นมานานแล้ว เรียกว่ามุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำในสิ่งที่ตนเองรักให้ดีที่สุด จากการแข่งขันในรายการ CHUANG Asia S2 เจ้าของฉายาราชา MVP ไร้พ่ายจากคลาส C ซึ่งเป็นที่ประทับใจของแฟน ๆ ที่ติดตามเชียร์ การเข้าสู่การแข่งขันครั้งนี้เซินรู้สึกว่าเป็นการแบกความรู้สึกที่หนักอึ้งไว้ราวกับแบกก้อนหิน แต่เมื่อประสบความสำเร็จได้เดบิวต์เป็น 1 ใน 7 สมาชิกวง N1 NexT1DE ความรู้สึกหนัก ๆ นั้นก็หมดไป เหลือไว้แต่เพียงความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะสร้างสรรค์ผลงานต่อจากนี้ไปให้ยอดเยี่ยม เป็นที่ประทับใจแฟน ๆ ติดตาม "เซิน" IG : shen.yisheng 5. โอมาร์ "โอมาร์" ผู้ซึ่งชอบทั้งด้านกีฬาและด้านบันเทิง ทั้งเต้นและร้องเพลง เป็นน้องเล็กของวง เจ้าของความสูง 187 ซ.ม จากประเทศจีน เป็นคนที่รอยยิ้มน่ารักสดใส และช่างยิ้มซะด้วย แฟน ๆ ที่ติดตามไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลย การก้าวเข้ามาประกวดในครั้งนี้ เป็นการเดินตามเส้นทางความฝัน ที่ทำให้ได้มาอยู่กับเพื่อน ๆ อีก 6 คน เป็นสิ่งที่มีความสุขมาก ๆ ซึ่งตลอดการแข่งขัน แม้ว่าอายุจะน้อย แต่ความพยายามก็ไม่เคยน้อย โชว์ความเป็น Visual ได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดมา ติดตาม "โอมาร์" IG: chuangasia_omar 6. ฉง "ฉง" หรือ "หลินจิ่นฉง" จากประเทศจีน เจ้าของความสูง 183 ซม. เป็นหนุ่มน้อยที่มีสไตล์นิ่ง ๆ แต่เมื่อถึงเวลาเต้น และร้องเพลง ความสามารถก็สุดแสนจะเฉิดฉาย ทำให้มีแฟน ๆ ติดตามคอยเชิยร์อย่างมากมาย ซึ่งก็สมใจทุก ๆ คน เพราะในที่สุดฉงก็ผ่านการออดิชั่น เมื่อมาเป็นสมาชิกวง N1 NexT1DE นอกจากพร้อมที่จะฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อโชว์ร้องและเต้น ก็ขออยู่ในตำแหน่งคนเท่ ๆ ของวงอีกด้วย น่ารักและสดใสขนาดนี้ตกหัวใจแฟน ๆ ได้มากขึ้น ๆ อย่างแน่นอน ติดตาม "ฉง" IG : chuangasias2_xiong 7. เหยาจื่อฮ่าว "เหยาจื่อฮ่าว" จากประเทศจีน เข้าสู่การแข่งขันทั้งร้องและเต้นที่โดดเด่น และแน่นอนว่าความเป็นสายแรปเปอร์ เป็นที่ประจักษ์ถึงความสามารถมาเริ่มตั้งแต่การเข้าสู่การแข็งขันด่านแรก ที่ในที่สุดผ่านมาถึงด่านสุดท้าย ได้เป็นสมาชิกวง N1 NexT1DE สมความตั้งใจ ติดตาม "เหยาจื่อฮ่าว" IG : yaozihao0728 ขอบคุณภาพประกอบ chuang.asia ภาพปก ภาพที่2 1. dornkhumraj ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 2. thiothamm ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 3. h_yetao ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 4. shen.yisheng ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 5. chuangasia_omar ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 6. chuangasias2_xiong ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 7. yaozihao0728 ภาพที่1 ภาพที่2-3 ภาพที่4 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !
ฉันท์ชมา • 24 เม.ย. 68
อ่าน
Mark Ronson, Tame Impala, Of Monsters and Men และเหล่าศิลปินร่วมถ่ายวิดีโอโปรโมทการจัดอันดับ 100 เพลงโปรด
Mark Ronson, Tame Impala, Of Monsters and Men และเหล่าศิลปินเพลงร็อคกว่าครึ่งวงการร่วมถ่ายคลิปวิดีโอโปรโมทการจัดอันดับ 100 เพลงโปรดที่เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ร่วมโหวตว่าเพลงไหนคือเพลงโปรดของคุณ ซึ่งจัดโดยสถานีวิทยุจากประเทศออสเตรเลีย triple jวิดีโอโปรโมท 100 เพลงโปรดหรือ Hottest 100 มีความยาวประมาณ 5 นาทีนี้ ได้ศิลปินมาร่วมถ่ายทำโดยไม่เสียงบประมาณใดๆ และต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะนำศิลปินชื่อดังเหล่านี้ซึ่งมีคิวรัดตัวมาถ่ายทำได้Expecting a Golden Globe for thisรูปภาพที่โพสต์โดย Tame Impala (@tame__impala) เมื่อ ธ.ค. 9, 2015 เวลา 6:23pm PSTรายชื่อศิลปินที่มาร่วมคลิปวิดีโอโปรโมท 100 เพลงโปรด เช่นTame Impala, Vance Joy, The Hives, Porter Robinson, Briggs, Jarryd James, Mark Ronson, Courtney Barnett, Mumford and Sons และ Of Monsters and Men โดยแฟนๆ สามารถคลิกชมวิดีโอโปรโมทได้ที่ triple js Hottest 100 Official Trailer (2015)ขอบคุณภาพจาก : instagram.com/tame__impalaบทความที่คุณอาจสนใจขวัญใจเด็กแนว Tame Impala กวาด 5 รางวัล จากเวที ARIA ออสเตรเลียBeneath The Skin อัลบั้มใหม่จากวง OF MONSTERS AND MEN โฟล์ค พ๊อพ จากไอซ์แลนด์UK Top 40 : Mark Ronson พาเพลง Uptown Funk ft.Bruno Mars คว้าแชมป์สามสัปดาห์รวด!ติดตามพวกเราชาว Entertainment Truelife ได้ที่นี่
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 29 ธ.ค. 58
อ่าน
รีวิวเกมมือถือน่าเล่น I Am Monster มาจัดทัพมอนสเตอร์บุกเมืองกันเถอะ!!
มอนสเตอร์ อสูรกายขนาดยักษ์แสนน่ากลัวที่ทุกคนต่างรู้กันว่าถ้าพวกมันปรากฎตัวเมื่อไร บ้านเมืองจะต้องราบเป็นหน้ากลองอย่างแน่นอน เพราะมอนสเตอร์พวกนี้มีความคิดเพียงอย่างเดียวคือ "ทำลายทุกอย่างตรงหน้าให้หมด!!" โดยปกติเกมจะให้เรารับบทบาทเป็นฮีโร่กำจัดมอนสเตอร์เหล่านี้อยู่เสมอ ลองมาเปลี่ยนมุมเป็นมอนสเตอร์กันบ้างดีไหมครับ? วันนี้ผมจะมาแนะนำเกม I Am Monster เกมที่เราจะต้องเป็นผู้บงการเหล่ามอนสเตอร์เหล่านี้ให้ทำลายเมืองให้พังพินาศ!!I Am Monster ให้บริการโดยค่าย PIKPOK เป็นเกมแนว Action Idle ที่เราจะได้รับบทบาทเป็นผู้ควบคุมเหล่ามอนสเตอร์ยักษ์ที่หลุดมาจากต่างมิติเพื่อทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า นอกจากการสั่งการแล้ว เราจะต้องอัปเกรดเหล่ามอนสเตอร์ให้เก่ง ตามหามอนสเตอร์หน้าใหม่ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมมาเข้าร่วมทีม เป้าหมายของเราคือยึดครองโลกนี้ให้ได้เลย ฮ่า ๆ (จินตนาการว่าหัวเราะแบบจ้าวปีศาจนะครับ)วิธีการเล่นนั้นง่าย ๆ สไตล์ Idle ก่อนอื่นเราจะต้องทำการจัดทีมเหล่ามอนสเตอร์ของเราให้เรียบร้อยเสียก่อน เมื่อเข้ามาในเมืองแล้ว มอนสเตอร์ของเรา 1 ตัวจะพุ่งเข้าโจมตีตึกรามบ้านช่องโดยอัตโนมัติ โดยในระหว่างนี้เราสามารถสลับตัวมอนสเตอร์ในทีมลงมาแทนได้ตลอดเวลา สิ่งที่เราต้องทำคือคอยอัปเกรดความสามารถของมอนสเตอร์ วิวัฒนาการมอนสเตอร์ให้เก่งขึ้น และคอยกดใช้สกิลให้กับมอนสเตอร์เพื่อช่วยให้พวกมันสามารถบุกเมืองได้ง่ายขึ้นเมื่อทำลายเมืองไปได้ซักระยะหนึ่ง จะมีบอสปรากฎตัวออกมาให้เราสู้ บอกเลยว่าบอสเหล่านี้โหดกว่ากองทัพที่ออกมาโจมตีเราหลายเท่าตัว ดังนั้นมอนสเตอร์ทั้ง 3 ของเราก็จะออกมาลุยกับบอสตัวนี้ไปพร้อมกันเลยเพื่อสร้างความได้เปรียบ!! เมื่อทำการรุมบอสจนชนะได้แล้วก็จะได้รับรางวัลอันแสนล้ำค่ามาใช้สำหรับอัปเกรดมอนสเตอร์ของเรากันภาพจำของเราหลาย ๆ คนสำหรับมอนสเตอร์มักจะเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ที่มีหน้าตาอันแสนน่าเกลียดน่ากลัว แต่สำหรับเกมนี้นั้นไม่ใช่เลย!! เพราะมอนสเตอร์แต่ละตัวถูกออกแบบมาได้น่ารักมาก ๆ แถมท่าทางการเดินและสกิลโจมตีต่าง ๆ ตอนบุกเมืองนี่ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าเด็ก ๆ เล่นเกมนี้แล้วจะได้ความรุนแรงไป มีแต่ความน่ารักล้วน ๆ ครับการอัปเกรดมอนสเตอร์นั้นประกอบไปด้วยการอัปเลเวลเพื่อเพิ่มค่าสเตตัสให้สูงขึ้น อัปเกรดสกิลเพื่อให้การโจมตีด้วยสกิลต่าง ๆ ของมอนสเตอร์มีความรุนมากขึ้นไปอีก!! และการอัปเกรดดาวของมอนสเตอร์เพื่อทำการวิวัฒนาการให้กลายร่างเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม!! จะเลือกอัปเกรดมอนสเตอร์เพียงตัวเดียวให้เทพสุด ๆ ไปเลย หรือจะอัปเกรดมอนสเตอร์ทุกตัวเพื่อจะได้สลับเอาออกมาใช้ก็ได้ แล้วแต่สไตล์การเล่นของแต่ละคนได้เลยหากคุณผู้อ่านกำลังหาเกมเล่นง่าย ๆ ที่มีความแปลกใหม่แล้วละก็ เกม I Am Monster คือเกมที่ท่านกำลังตามหาครับ ด้วยระบบการเล่นแบบ Idle ที่เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยก็สามารถฟาร์มทรัพยากรต่าง ๆ มาอัปเกรดมอนสเตอร์ของเราได้อย่างรวดเร็ว ไอเดียแปลกใหม่ที่เราจะได้รับบทบาทเป็นมอนสเตอร์แทนหน่วยพิทักษ์โลก อีกทั้งมอนสเตอร์เหล่านี้ยังน่ารักมาก ๆ บอกเลยว่าจะเป็นเกมเมอร์วัยไหนก็สามารถเล่นได้ ลองโหลดมาเล่นแล้วจะติดใจครับ ผมรับประกัน!! สำหรับวันนี้ผมขอตัวไปถล่มเมืองด้วยมอนสเตอร์ของผมต่อก่อนแล้ว พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับดาวน์โหลดเกม I Am Monster ได้ที่นี่App Store : https://apps.apple.com/th/app/i-am-monster-idle-destruction/id1403587375Google Play Store : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pikpok.nsr.playhl=en_USแหล่งอ้างอิงรูปภาพประกอบบทความรูปที่ 1 - 5 : ภาพจากเกม I Am Monster ถ่ายภาพโดย PDEsterรูปภาพปกบทความ : I Am Monster - Screenshots Section from Google Play Storeกด Follow เพื่อติดตามบทความใหม่ ๆ และอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่ : https://creators.trueid.net/@9081Facebook Fanpage ของผู้เขียนบทความ : https://www.facebook.com/PDEsterTheCreator/
PDEster • 11 พ.ค. 63
ดูเพิ่มเติม